โฆษก ตร.นำ ส.ต.ท.สังกัด ตชด.21 แจงสื่อ หลังภาพชูป้ายประท้วงนายอมหัวคิวว่อนโซเชียล เจ้าตัวเผยข้อเท็จจริง หลังเสร็จจากปฏิบัติภารกิจที่สถานทูตเยอรมนี เห็นป้ายดังกล่าวติดที่ข้างรถเลยแกะออกและชูให้เพื่อนที่มาขอดู ไม่รู้ว่าใครถ่ายภาพเอาไปลงโซเชียล ยันได้เบี้ยเลี้ยงครบ ไม่ถูกหักหัวคิว และไม่ถูกลงโทษตามข่าว โฆษก ตร.ชี้เบี้ยเลี้ยงตำรวจดูม็อบได้วันละ 200 บาท ค่าอาหาร 4 มื้ออีก 240 บาท ด้านผู้ช่วย ผบ.ตร.เยี่ยม คฝ.อุตรดิตถ์ ที่ใช้วัดย่านบางขุนนนท์เป็นที่พัก กำลังพลยันที่พัก-ห้องน้ำเพียงพอ แถมรสชาติอาหารดี และหลากหลายขึ้นกรณีมีภาพถูกแชร์ในโลกโซเชียลเป็นรูปตำรวจชุดเครื่องแบบ อคฝ.ยืนชูป้ายว่า “ทำงานแทบตาย นายแดกหัวคิว” พร้อมโพสต์ข้อความว่า “พอภาพออก ข่าวแจ้งว่าน้องที่ถือป้ายประท้วงในภาพถูกผู้บังคับบัญชาให้เขียนรายงาน ชี้แจง และน่าจะถูกสั่งขังเรียบร้อย นี่หรือที่กล่าวกันว่าความจริงคือสิ่งไม่ตาย แทนที่จะหาว่าใครอม” จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ต.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. เชิญตัว ส.ต.ท.วุฒิชัย หงษ์สำโรง ผบ.หมู่ กก.ตชด.21 จ.สุรินทร์ ตำรวจผู้ที่ถือป้ายระบุข้อความ “ทำงานเทียบตายนายแดกหัวคิว” จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ มาแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน โดย ส.ต.ท.วุฒิชัยกล่าวว่า ภาพที่ถูกถ่ายลงในโซเชียล เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ต.ค. หลังชุดกำลังพลของตนเสร็จจากปฏิบัติหน้าที่หลังมีกลุ่มผู้ชุมนุมไปชุมนุมประท้วงหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อกลับมาถึงที่พักลงจากรถบัสพบแผ่นป้ายที่เป็นข้อความดังกล่าวติดอยู่ที่ข้างรถส.ต.ท.วุฒิชัยกล่าวต่อว่า ขณะดึงออกเพื่อนำไปทิ้ง เป็นเวลาเดียวกับเพื่อนมาเจอเลยอยากดู ได้ชูป้ายขึ้นมาให้ดูก่อนจะนำไปทิ้ง แต่ไม่ทราบว่าขณะที่ชูป้ายมีใครได้ถ่ายรูปไว้ตอนไหน มาทราบอีกทีเห็นรูปในกลุ่มไลน์ ไม่คิดว่ารูปภาพดังกล่าวไปไกลขนาดนั้น คิดว่าส่งกันในกลุ่มไลน์เท่านั้น เมื่อเห็นข่าวก็ตกใจ เพราะไม่ได้เป็นความจริงอย่างนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสื่อมเสีย ที่ออกมาพูดครั้งนี้ไม่มีใครมาบังคับ และไม่มีใครลงโทษตามที่เป็นข่าว รวมทั้งได้รับเบี้ยเลี้ยงตรงตามจำนวนทุกอย่างขณะที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า กรณีดังกล่าวอย่าไปคิดว่ามีใครจัดฉาก เนื่องจากเราไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าใครเป็นคนทำ เอาเป็นว่าเหตุเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนดีกว่า สำหรับเบี้ยเลี้ยงตำรวจที่มาดูแลความเรียบร้อยในช่วงการชุมนุมจะได้รับเบี้ยเลี้ยงหรือค่าตอบแทนวันละ 200 บาท ค่าอาหาร 4 มื้อ อีก 240 บาทเย็นวันเดียวกัน ที่วัดภาวนาภิรตาราม บางขุนนนท์ บางกอกน้อย กทม. พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปตรวจเยี่ยมและให้ขวัญกำลังใจแก่กองร้อยควบคุมฝูงชน (คฝ.) ภ.จ.อุตรดิตถ์ ที่ใช้พื้นที่วัดภาวนาภิรตาราม เป็นที่พักชั่วคราว โดย พล.ต.ท. เพิ่มพูนเผยว่า ได้รับรายงานมีตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน จ.อุตรดิตถ์ มีอาการเจ็บป่วย ได้มาตรวจเยี่ยมพบว่าที่พักและห้องน้ำมีเพียงพอต่อความต้องการของกำลังพล ส่วนด้านอาหาร กำชับให้คำนึงถึงเรื่องปริมาณ ความสดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องรสชาติ ทั้งนี้ ได้ฝากข้อห่วงใยของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. โดย ผบ.ตร.ขอขอบคุณและส่งกำลังใจมายังผู้ปฏิบัติหน้าที่ คฝ.ทุกนาย เน้นย้ำว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางทางการเมือง รวมถึงฝากสิ่งของมามอบให้ อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟสำเร็จรูป ยาหม่อง ยาดม และขนม เป็นต้นนอกจากนั้น ยังได้นำทีมแพทย์พยาบาลเคลื่อนที่จากโรงพยาบาลตำรวจ นำทีมโดย พล.ต.ต. สามารถ ม่วงศิริ นายแพทย์ สบ.6 โรงพยาบาลตำรวจ เปิดหน่วยบริการตรวจสุขภาพทั่วไปแก่กองร้อยควบคุมฝูงชน ภ.จ.อุตรดิตถ์ มีกำลังพล 80 นาย ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ อาการเจ็บป่วยส่วนใหญ่คือ ปวดกล้ามเนื้อ เบาหวาน และปวดท้อง 2 นาย ต้องได้รับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ คล่องใจ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ผู้บังคับกองร้อยควบคุมฝูงชนที่ 1 เผยว่า ครั้งนี้เป็นการปฏิบัติงานครั้งที่ 3 ของกองร้อยที่ 1 ภ.จ.อุตรดิตถ์ นำกำลังพลมาทั้งสิ้น 180 นาย ส่วนกรณีที่พักและอาหาร ในครั้งนี้ได้รับการปรับปรุงที่ดีมากขึ้นทั้งความสด รสชาติอาหาร มีความหลากหลายมากขึ้น ส่วนที่นอนและห้องน้ำนั้นเพียงพอและคุณภาพดี กรณีที่พบว่ามีกำลังพลที่มีอาการปวดหัวเข่า 1 รายนั้น คือ ส.ต.ท.เรวัตร อยู่สุขสวัสดิ์ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เกิดจากสาเหตุส่วนตัวที่หลายปีก่อนได้ผ่าตัดหัวเข่าจากอุบัติเหตุ ไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่จากการชุมนุม ปัจจุบันได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว