พร้อมขออัตรานักจิตวิทยาครบทุก สพท.นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการปฐมนิเทศนักจิตวิทยาโรงเรียน ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาผ่านระบบการประชุมทางไกลพร้อมมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยเหลือนักเรียน โดยมีนักจิตวิทยาโรงเรียน ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีการประชุมวางแผนเพื่อให้มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียนครบทุกเขตพื้นที่การศึกษา เนื่องจากในปัจจุบันพบว่ามีนักเรียนในสังกัด สพฐ.ประสบปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การถูกกลั่นแกล้ง รังแกทั้งทางวาจาและร่างกาย หรือบูลลี่ และการมีปัญหาความรุนแรงและปัญหาอื่นๆภายในครอบครัว ซึ่งมีอัตราปัญหาต่างๆที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นภายในโรงเรียนนายธีร์กล่าวต่อว่า จากปัญหาต่างๆดังกล่าว สพฐ.ตระหนักถึงความสำคัญและเร่งหาแนวทางการแก้ไข โดยมองว่าที่ผ่านมายังมีนักจิตวิทยาโรงเรียนไม่เพียงพอเพื่อประจำในแต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดังนั้น จึงได้ประสานความร่วมมือไปยังสมาคมนักจิตวิทยาแนะแนว สมาคมนักจิตวิทยาคลินิก สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาให้ความรู้ด้านจิตวิทยาและการดูแลเด็กในกลุ่มต่างๆให้แก่ ครู ผ่านการอบรม การทำคู่มือ ไปจนถึงการผลิตและเผยแพร่สื่อออนไลน์ พร้อมทั้งสร้างระบบการทดสอบและประเมินผล เมื่อครูผ่านการทดสอบแล้ว สพฐ.จะออกเกียรติบัตรเพื่อเป็นการรับรองด้วย“สพฐ.กำหนดให้มีการพัฒนาและฝึกอบรมครูประจำชั้นเพื่อทำหน้าที่เป็นนักจิตวิทยาประจำสถานศึกษาให้กับสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อย 1 คนต่อ 1 สถานศึกษา หรือ 1 School 1 Psychologist เพื่อให้ครูประจำชั้นซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุด มีสมรรถนะในการนำจิตวิทยาไปใช้ในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน นอกจากนี้ สพฐ.ยังเห็นว่าควรที่จะมีนักจิตวิทยาประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขต เขตละ 1 คน จึงได้ดำเนินการเสนอขออัตราพนักงานราชการ ตำแหน่งนักจิตวิทยา จำนวน 225 อัตรา เพื่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงเรียนในแต่ละเขตพื้นที่ ซึ่งมีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขภายในพื้นที่ด้วย โดยหวังว่าจะเป็นการป้องกันเหตุต่างๆที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก ทำให้ปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน และเรื่องอื่นๆ เกิดขึ้นให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และมีทักษะชีวิตที่ดีขึ้น และเรียนในโรงเรียนได้อย่างมีความสุข” นายธีร์ กล่าว.