มาว่ากันต่อถึงโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเพิ่มรายได้แก่สมาชิกสหกรณ์ในระยะสั้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมสหกรณ์ กับบริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ของเอกชนที่ได้ตั้งข้อสังเกตไปเมื่อวาน...การวาดฝันว่าเกษตรกรใช้เวลาปลูกแค่ 73 วัน จะได้กำไรเฉลี่ยไร่ละ 9,100 บาท มันจะเป็นไปได้แค่ไหน หรือจะเป็นโครงการยืมมือเกษตรกรมาช่วยทดสอบเมล็ดพันธุ์ให้เอกชนกันแน่ทำไมถึงมองไปในแง่ร้ายขนาดนั้นก่อนอื่นต้องเข้าใจกันก่อนว่า...ฤดูปลูกข้าวโพดหลังนาที่ผ่านมา เกษตรกรแทบไม่ได้ปลูกกันเลย สาเหตุไม่มีอะไรมาก...หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดอาละวาดหนัก มาบวกผสมกับภัยแล้ง เกษตรกรเลยเบือนหน้าหนี ไม่อยากเสี่ยงเสียหายหนักยิ่งไปกว่านั้น พอจะมีน้ำฝนให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยได้บ้าง ดันมีโควิด-19 มาผสมโรง...การทำมาหากินฝืดเคือง เงินทองหายาก ลูกหลานไม่มีเงินส่งมาให้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดที่สต๊อกไว้ขายไม่มีคนซื้อ...ไม่รู้จะระบายไปที่ไหนปรมาจารย์ด้านข้าวโพดของเมืองไทย บอกว่า...เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด มีอายุการเก็บรักษาอย่างดี ด้วยอุณหภูมิ 15 ํc ความชื้นสัมพัทธ์ 40% จะมีอายุอยู่ได้แค่ 6 เดือนฉะนั้นเมล็ดพันธุ์ที่สต๊อกไว้ขายตอนหลังนาปี 2562...เก็บไว้นานมาร่วมจะหมดอายุแล้ว เอามาให้เกษตรกรปลูกจะเพื่อทดสอบอัตรางอกหรือไม่ เพราะดีกว่าเอาไปทิ้งถ้าจะอ้างว่า เมล็ดพันธุ์ที่เอามาแจกฟรีให้เกษตรกรปลูกใน 32 จังหวัด เป็นพันธุ์ใหม่แกะกล่อง ที่เพิ่งผลิตมาได้แค่ 2 เดือน...มันมีปัญหาว่า เป็นพันธุ์ที่ได้มีการปลูกทดสอบแล้วหรือยังถ้ายัง...แปลว่า งานนี้ยืมมือยืมที่ดินของเกษตรกรมาปลูกทดสอบใช่มั้ยส่วนเรื่องปลูกไปแล้ว เกษตรกรจะได้กำไรไร่ละ 9,100 บาท...จริงเท็จแค่ไหนมาว่ากันต่อพรุ่งนี้.สะ-เล-เต