“พื้นที่บนเกาะแก่งต่างๆในพื้นที่ภาคใต้ มักจะมีปัญหาชาวบ้านไม่สามารถปลูกข้าวได้ เนื่องจากดินเค็ม แม้จะมีข้าวบางพันธุ์ที่พอจะปลูกได้ แต่ผลผลิตต่ำมาก ที่ผ่านมาทางกรมการข้าวพยายามพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อให้ชาวเกาะจะได้ปลูกข้าวได้ผลผลิตที่เพียงพอต่อการบริโภคมาโดยตลอด และจากการสืบค้นประวัติการปลูกข้าวบนเกาะ พบว่าเมื่อก่อนชาวเกาะมีการปลูกข้าวอยู่พันธุ์หนึ่งที่เรียกกันว่า ข้าวพันธุ์อัลฮัมดูลิลละห์ ที่ปัจจุบันเรียกกันว่าข้าวขาวสตูล เป็นพันธุ์เดียวที่ปลูกได้และให้ผลผลิตสูง แต่น่าเสียดายที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้ให้ความสนใจสักเท่าไร เลยทำให้ข้าวพันธุ์นี้ถูกละเลย กรมการข้าวเลยรื้อฟื้นข้าวพันธุ์นี้ขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการพัฒนาพันธุ์ให้มีความบริสุทธิ์ และนำมาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกกันใหม่อีกครั้ง” น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว เล่าถึงที่มาของความร่วมมือระหว่างกองประสานงานโครงการพระราชดำริกับกรมการข้าวเพื่อส่งเสริมให้ชาวเกาะปลูกข้าวไว้กินเองข้าวพันธุ์อัลฮัมดูลิลละห์ มีชื่อเรียกสั้นๆว่า ข้าวอัลฮัม มาจากภาษายาวี อัลฮัม หมายถึง พระผู้เป็นเจ้า และลิลล๊ะ แปลว่า ขอบพระคุณ แปลโดยรวมได้ความว่า ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย เมื่อ 100 ปีก่อนมีชาวมุสลิมทางภาคใต้นำพันธุ์มาปลูกครั้งแรกในพื้นที่ ต.โคกพิลา อ.เมือง จ.สตูล ก่อนจะขยายพันธุ์ไปทั่วทุกเกาะ และกระจายไปถึง จ.พัทลุง นิยมปลูกเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน เนื่องจากหุงขึ้นหม้อ มีรสชาติหวานมัน คุณค่าทางอาหารสูง อิ่มท้องนาน และยังเหมาะที่จะนำไปแปรรูปเป็นขนมพื้นบ้านได้เป็นอย่างดีเป็นข้าวเจ้าที่ไวต่อช่วงแสง เก็บเกี่ยว ธันวาคม–กุมภาพันธ์ของทุกปี ให้ผลผลิตประมาณ 400 กก.ต่อไร่ ในอดีตชาวบ้านที่ปลูกข้าวจะนำข้าวเปลือกมาขายให้โรงสี แต่หลังจาก กองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ได้แนะนำให้ชาวนารวมตัวตั้ง กลุ่มเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร ส่งเสริมลดปัจจัยการผลิต และเพิ่มมูลค่าให้ข้าวจนสามารถสีข้าวและบรรจุข้าวขายได้เอง พร้อมชูจุดขายเป็นข้าวกล้องพื้นเมือง ส่งออกไปจำหน่ายยังมาเลเซียจากเดิมที่ขายเป็นข้าวเปลือกได้ราคา กก.ละ 10 บาท ปัจจุบันบรรจุถุงขายได้ราคาสูงถึง กก.ละ 50 บาท...เพิ่มมูลค่าได้ถึง 5 เท่าตัว. ไชยรัตน์ ส้มฉุน