สารภาพเมายา-จับขังในหีบเหล็กขาดใจตาย แฉประวัติสุดโชกโชน พ่อเคยหั่นศพเด็กปี 26ปฏิบัติการระทึกฝั่งธนฯ ตำรวจ กก.ดส.สนธิกำลังหลายหน่วยบุกจับหนุ่มทายาทเศรษฐีเก่า ย่านบางแค เมายาไอซ์ฆ่าสาวไซด์ไลน์ยัดหีบเหล็กใส่กุญแจจนขาดอากาศตาย อำพรางศพฝังดินในป่าหญ้าหลังบ้าน เผยระหว่างจับกุมเจ้าตัวเตรียมสู้แต่ปืนขัดลำเลยถูกจับเป็น พบประวัติยาวเหยียดโดนจับหลายครั้ง ส่วนพ่อที่เสียชีวิตเคยก่อเหตุฆ่าหั่นศพเด็กสาวเมื่อปี 26 ชุดจับกุมเตรียมพิสูจน์ทราบ ป่าหญ้าจุดพบศพต่อเพราะอาจมีเหยื่อถูกฝังอำพรางเพิ่มรวบหนุ่มฆ่ายัดหีบประวัติโหด เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ม.ค. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น.นำกำลังตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 พร้อมหมายค้นศาลแขวงธนบุรี เลขที่ 1/2563 ลงวันที่ 9 ม.ค.63 เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 58 ถนนเพชรเกษม สุดซอย 47 แขวงและเขตบางแค กทม. หลังสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวน่าจะมีเหตุฆาตกรรมหญิงสาวฝังศพอำพรางคดีตรวจสอบพบบ้านเป้าหมายเป็นบ้านเดี่ยว ชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด บนเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ด้านหลังของตัวบ้านมีอาคารโรงพิมพ์เก่าชื่อ มณฑลการพิมพ์ และยังมีส่วนของโกดังเก็บของเก่าแวดล้อมไปด้วยพงหญ้าขึ้นรกชัฏ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 กระจายเข้าล้อมตัวบ้าน ก่อนตะโกนเรียกให้บุคคลภายในบ้านออกมาแสดงตัวแต่ไร้การตอบรับ ต้องพังประตู-หน้าต่างโยนระเบิดเสียงข่มขวัญ ก่อนเข้าเคลียร์พื้นที่เบื้องต้นพบนายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี เจ้าของห้องซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนสภาพคล้ายคนเมายา เจ้าหน้าที่เข้าชาร์จเอาไว้ พร้อมยึดของกลางปืนกึ่งอัตโนมัติ 9 มม. ซีแซด รามี่ กระสุนเต็มแมกกาซีน 15 นัด ในสภาพขัดลำ ทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถยิงต่อสู้ได้ ภายในห้องพบของกลางยาไอซ์ บรรจุในซองซิปใสจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ 1 ชุด ถังแก๊สหุงต้มขนาด 13.5 กก.วางอยู่ปลายเตียงนอน 1 ใบ จอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดใช้สำรวจความเคลื่อนไหวทางเข้า-ออก ภายในบ้านที่ปลายเตียง 1 จอ นอกจากนี้ ยังพบหีบเหล็กและหีบไม้ใส่กุญแจล็อกอย่างดีวางอยู่ในบ้านอีก 2 หีบ รวมถึงร่องรอยกระสุนปืนที่นายอภิชัยชอบยิงใส่ฝ้าเพดานช่วงที่เมายาอีกหลายนัด จึงเก็บทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานสอบสวนเบื้องต้นเจ้าตัวให้การวกวนเหมือนคนเมายาว่ามียาไอซ์ของกลางไว้เพื่อเสพ พร้อมปฏิเสธการฆ่าฝังศพหญิงสาว แต่ให้ข้อมูลน่าจะเป็นศพของ น.ส.กุ๊กกิ๊ก ชาว จ.สกลนคร อายุประมาณ 22-25 ปี สาวไซด์ไลน์ที่เคยพามานอนเมื่อเดือน ต.ค.62 โดย น.ส.กุ๊กกิ๊กเล่าให้ฟังว่า เพิ่งถูกรุมโทรมมา พอจะพาไปหาตำรวจกลับหนีหายไปจากบ้าน เบื้องต้นชุดจับกุมยังไม่เชื่อคำให้การของผู้ต้องหามากนัก ประสาน พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พร้อมพวกนำกำลังมาควบคุมตัวผู้ต้องหาและรักษาสภาพที่เกิดเหตุพ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ เผยเบื้องหลังการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส. จับกุมนายเฉลิมชล งะบัว อายุ 41 ปี ลูกจ้างของนายอภิชัยพร้อมของกลางยาเสพติด สอบสวนขยายผลพบนายอภิชัยมีส่วนเกี่ยวพันกับยาเสพติดที่พบ นอกจากนี้ นายเฉลิมชลยังให้ข้อมูลด้วยว่าเมื่อปลายปี 62 เคยช่วยนายอภิชัยฝังศพหญิงสาวหน้าตาดีรายหนึ่งที่หลังบ้าน จนเป็นที่มาของการขอหมายค้นและให้นายเฉลิมชลชี้จุดฝังศพดังกล่าวจากนั้นตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบพื้นที่ลานดินในป่าหญ้าอยู่ห่างจากตัวบ้านไปประมาณ 200 ม. เมื่อขุดลึกลงไปประมาณ 1 ม. พบถุงขยะพลาสติกสีดำ 1 ใบ ภายในมีชิ้นส่วนศพมนุษย์ เบื้องต้น พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้รอแพทย์นิติเวชฯ รพ.ศิริราช เข้าร่วมตรวจสอบกระทั่งเวลา 14.30 น. พล.ต.ต.อิทธิพลเผยถึงผลการสอบสวนนายอภิชัยรับสารภาพแล้วว่าได้ฆ่า น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ 2 ต.ท่าก้อน อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร เหตุเกิดประมาณปลายเดือน ส.ค.62 เจ้าตัวอ้างว่านำผู้ตายมานอนค้างที่บ้านพัก หลังเสพยามีสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ตาย เกิดความรู้สึกรักหึงหวง สั่งให้ผู้ตายลงไปนอนในหีบเหล็กที่พบภายในบ้านใส่กุญแจล็อกไว้ เพราะกลัวผู้ตายหลบหนี ตื่นเช้ามาพบผู้ตายขาดอากาศหายใจ จึงเรียกนายเฉลิมชลลูกจ้างซึ่งมักจะมั่วสุมเสพยาด้วยกันมาช่วยขุดหลุมฝังศพ ทั้งนี้ ต้องรอผลการชันสูตรศพที่พบจากแพทย์นิติเวชฯ รพ.ศิริราช อย่างละเอียดอีกครั้งด้าน พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท เปิดเผยว่า ขณะนี้นำศพผู้ตายขึ้นมาจากหลุมฝังแล้ว พบผู้ตายสวมชุดเสื้อแขนกุดกระโปรงสั้นลายสกอตสีดำขาว ชุดชั้นในอยู่ครบ ห่อร่างด้วยผ้าม่านสีเหลือง ก่อนยัดลงถุงขยะสีดำ 2 ชั้น เบื้องต้นพบจุดสังเกตลายสักเต็มแผ่นหลัง ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าใช่ น.ส.วรินทร์-ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก หรือไม่ต้องรอมารดาผู้ตายเดินทางจากบ้านเกิดมายืนยันอัตลักษณ์บุคคลเสียก่อน ส่วนการแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้งคู่นั้น มีหลักฐานชัดเจนในเรื่องยาเสพติดและอาวุธปืนอยู่แล้ว รวมทั้งพฤติกรรมร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ รวมทั้งข้อหาอื่นหาก มีหลักฐานไปถึงมีรายงานว่า ในวันที่ 10 ม.ค. ชุดสืบสวนและผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เตรียมสนธิกำลังอีกครั้งโดยนำชุดปฏิบัติการ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและสุนัขตำรวจจาก กก.สข.บก.สปพ. เข้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบจุดพบศพอีกครั้ง เพราะคาดว่าอาจมีการฆ่าอำพรางฝังศพเหยื่อในบริเวณนั้นอีก จึงต้องเข้าพิสูจน์ทราบอีกครั้งสำหรับประวัติของนายอภิชัย หรือไอซ์ ผู้ต้องหารายนี้ เมื่อเดือน เม.ย.55 เคยถูกตำรวจ สน.ภาษีเจริญ บุกเข้าจับกุมได้พร้อมปืนและยาบ้า รวมทั้งเสื้อเกราะกันกระสุนมาครั้งหนึ่งแล้ว หลังมีผู้เสียหายแจ้งว่านายอภิชัยก่อเหตุพรากผู้เยาว์และกักขังหน่วงเหนี่ยวหญิงสาวอายุ 17 ปี ถูกจับกุมได้ที่สยามคอมเพล็กซ์แมนชั่น ซอยเพชรเกษม 33/1 ทำให้นายอภิชัยถูกจำคุกนาน 5 ปี เพิ่งออกจากเรือนจำมาเมื่อปี 60 จนกระทั่งมาก่อเหตุซ้ำอีกทั้งนี้ นายอภิชัยเกิดในตระกูลเศรษฐีเก่าย่านบางแค ครอบครัวเคยทำธุรกิจตลาดองค์วิศิษฐ์ ย่านบางแค ปัจจุบันปิดตัวลงไปแล้ว เนื่องจากเมื่อปี 26 นายเฉลิมชัย องค์วิศิษฐ์ ผู้เป็นบิดา ถูกตำรวจ สน.วัดพระยาไกร จับกุมหลังฆ่าหั่นศพเด็กหญิงรายหนึ่งที่เป็นลูกจ้างเพียงเพราะโกรธที่ไปเคาะกระจกตู้ปลาที่เลี้ยงไว้ โดยร่างเหยื่อถูกชำแหละชิ้นส่วนทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ ทั้งในเขตนครบาลและพื้นที่ใกล้เคียง หลัง พ้นโทษนายเฉลิมชัยถูกยิงเสียชีวิต ส่วนมารดาของนายอภิชัยหนีไปอยู่ต่างประเทศ ทิ้งบ้านพักและบ้านเช่า เอาไว้ให้นายอภิชัยเก็บค่าเช่าเลี้ยงชีพ ขณะที่เพื่อนสมัยเรียนมัธยมของนายอภิชัย ให้ข้อมูลด้วยว่า นายอภิชัยเคยเรียนที่ จ.นครปฐม มีรสนิยมชอบเจาะตามร่างกายและเคยนำปืนเข้ามาโรงเรียนแต่ถูกจับได้ก่อน ปกติเป็นคนตัวเล็กจึงถูกเพื่อนแกล้งเป็นประจำ เลยทำให้เป็นคนเก็บกดก่อเหตุดังกล่าวเย็นวันเดียวกัน ที่ สน.เพชรเกษม พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. พร้อมชุดสืบสวนหลายหน่วยงานเข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปคดีนี้ เบื้องต้น พล.ต.อ.สุชาติได้กล่าวชมเชยผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยเฉพาะตำรวจ กก.ดส.ที่ขยายผลจับกุมคดีนี้ มาจากการจับกุมยาเสพติดรายย่อย รวมทั้งมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องในส่วนต่างๆทำการขยายผลทั้งในส่วนยาเสพติดและผู้เกี่ยวข้องรายอื่น รวมทั้งวางแผนพิสูจน์ทราบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง