รองผู้ว่าฯ กทม.ไม่เชื่อไม่มีคนฝ่าฝืน-สั่งเทศกิจเข้มงวดมากขึ้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค.นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม.เดินทางไปตรวจการจับ-ปรับผู้ขับขี่หรือจอดรถบนทางเท้า และการจัดระเบียบทางเท้า เริ่มตั้งแต่ถนนรัชดาบริเวณแยกรัชดาลาดพร้าว เขตจตุจักร ไปตามถนนศูนย์วัฒนธรรม เขตห้วยขวาง ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขตวังทองหลาง บริเวณหน้าห้าง EastVille เขตลาดพร้าว ต่อเนื่องเขตบางเขน สิ้นสุดที่บริเวณหน้าร้านแม่ศรีเรือน เขตวังทองหลางนายสกลธีกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เพิ่มโทษอัตราค่าปรับขั้นต่ำเป็น 2,000 บาท สามารถจับปรับผู้กระทำผิดได้ประมาณ 500 ราย เป็นเงินกว่า 700,000 บาท ผลการดำเนินการยังไม่น่าพอใจ เพราะหากแยกออกมาเป็นวัน เฉลี่ยวันนึงจับได้แค่เขตละ 1 คันเท่านั้น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ การดำเนินการย้อนแย้งกับสิ่งที่ประชาชนพบเห็น หรือร้องเรียนเข้ามา ขณะเดียวกัน เวลาที่ตนนั่งรถผ่านตามพื้นที่ต่างๆยังพบเห็นผู้ฝ่าฝืนขับรถบนทางเท้าอยู่ นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นมา หรือ 14 วัน มี 7 เขต ที่ไม่มีข้อมูลการจับกุมเลย ประกอบด้วย เขตทุ่งครุ บางขุนเทียน หนองแขม บางแค บางเขน ยานนาวา และบางคอแหลม ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีผู้ฝ่าฝืนเลย อยู่ที่เจ้าหน้าที่จะจับหรือไม่เท่านั้น หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องทำงานอย่างจริงจัง และเข้มงวดมากขึ้น โดยตนจะลงพื้นที่ตรวจอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากเพิ่มโทษค่าปรับ มีการแจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิดมากขึ้นหรือไม่ นายสกลธีกล่าวว่า มีประชาชนแจ้งข้อมูลเข้ามาเยอะมาก ตั้งแต่ที่เพิ่มโทษค่าปรับ บางวันมีการส่งข้อมูลเยอะจนทำให้ระบบล่ม จึงได้สั่งการให้สำนักเทศกิจปรับปรุงระบบให้มีความเสถียรมากขึ้น ขณะเดียวกันข้อมูลรูปภาพ หรือคลิปวิดีโอที่ส่งเข้ามาเจ้าหน้าที่พยายามติดตามผู้กระทำความผิดมาชำระค่าปรับ ทั้งนี้ กทม.เข้มงวดกวดขันอย่างต่อเนื่อง ทางเท้าต้องเป็นทางสำหรับคนเดิน ไม่ใช่ทางขับหรือจอดรถ.