“โรคติดเชื้อเกิดจากแบคทีเรียดื้อยา เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของผู้ป่วย ประกอบกับบ้านเราไม่มีการผลิตยาต้านเชื้อแบคทีเรียกลุ่มใหม่มานานกว่า 30 ปี การค้นหายากลุ่มใหม่และแนวทางใหม่ในการรักษาจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงสนับสนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนาอุปกรณ์การแพทย์จากสารธรรมชาติในสมุนไพร โดยใช้นาโนเทคโนโลยีจนพบว่าสารสกัดจากใบยูคาลิปตัส มีฤทธิ์ฆ่าและยับยั้งเชื้อแบคทีเรียดื้อยาได้”ศ.ดร.ศุภยางค์ วรวุฒิคุณชัย เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ผู้อำนวยการสถานวิจัยความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บอกถึงที่มาการใช้สารสกัดจากใบยูคาลิปตัส กำจัดเชื้อแบคทีเรียดื้อยา ด้วยทีมวิจัยพบว่านอกจากสารโรโดไมรโทนในใบยูคาลิปตัส มีฤทธิ์ฆ่าและยับยั้งเชื้อแบคทีเรียดื้อยาได้แล้ว ยังมีคุณสมบัติเสริมฤทธิ์ยาปฏิชีวนะ ทำให้การรักษาโรคมีประสิทธิภาพขึ้น จึงนำมาเคลือบท่อหายใจและถุงมือยาง เพื่อเพิ่มมูลค่า และลดการนำเข้า ท่อช่วยหายใจ...ผู้ป่วยภาวะหายใจล้มเหลว ผู้ป่วยในห้องไอซียู หรือการกู้ชีพ เมื่อใส่เกิน 48 ชั่วโมง ผู้ป่วยกว่า 70% มักเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และถ้าใส่เกิน 5 วัน จะมีอาการปอดอักเสบ ทำให้ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น หรืออาจเสียชีวิตได้หากจะไม่ให้เสี่ยงต่ออาการเหล่านี้ ต้องใช้ท่อช่วยหายใจที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ ราคาสูงถึงชิ้นละประมาณ 20,000บาท ขณะที่ท่อหายใจปกติราคาแค่ 100 บาทเท่านั้นเองแต่เมื่อนำสารสกัดจากใบยูคาลิปตัสมาเคลือบผิวท่อช่วยหายใจ ราคาต้นทุนไม่ถึงหมื่น ขณะเดียวกันยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีสารเคมีเจือปน ไม่เกิดการระคาย เคืองหรือแพ้ ถุงมือยาง...โดยปกติแพทย์หรือพยาบาล มักต้องเปลี่ยนถุงมือยางอยู่บ่อยครั้ง วันละนับสิบคู่ ส่วนแพทย์ผ่าตัดต้องเปลี่ยนถุงมือทุกชั่วโมง เพราะถุงมือทั่วไปไม่มีสารฆ่าเชื้อ เมื่อทิ้งเชื้ออาจปนเปื้อนหรือแพร่กระจายเชื้อไปสู่ตัวผู้ใช้เอง ผู้ป่วยอื่น หรือสิ่งแวดล้อมได้ ครั้นจะใช้ถุงมือที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อต่างๆก็มีราคาสูงถึงคู่ละ 200 บาทแต่เมื่อเคลือบสารสกัดจากใบยูคาลิปตัส นอกจากจะไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ลดจำนวนขยะ ได้ทั้งเซฟตัวเอง ผู้อื่น และสิ่งแวดล้อมแล้ว ราคาต้นทุนยังถูกกว่าแค่คู่ละ 30 บาทนับเป็นอีกหนทางในการเพิ่มมูลค่ายาง พารา และช่วยยกระดับคุณภาพการผลิตถุงมือยางของไทย หนึ่งในสินค้าส่งออกที่สำคัญทั้งท่อช่วยหายใจ ถุงมือยาง แม้จะมีส่วนช่วยให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงการรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในราคาที่ถูกลง...แต่ทีมวิจัยก็ยังเป็นห่วงเรื่องของการขอ อย. เพราะที่ผ่านมามักประสบปัญหาอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะสารสกัดจากใบยูคาลิปตัส อาจไปเข้าข่ายบัญชียาใหม่ หรือยาแผนปัจจุบัน ทำให้ อย.ไม่กล้าให้ผ่าน.กรวัฒน์ วีนิล