สังคมออนไลน์รุมถล่มยับ ครูประจานเด็กทวงค่าเทอม นำป้ายข้อความติดหน้าอก ผู้ปกครองเห็นแล้วรับไม่ได้ตะเพิดไล่ให้ลาออกไปซะ รรท.ผอ.โรงเรียนงานเข้ารับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่สายแทบไหม้ ยอมรับเรียกครูมาสอบถามแล้วทำจริง ยันไม่ใช่ค่าเทอม แต่เป็นเงินประกันกลุ่ม พร้อมตั้งกรรมการสอบครูคนดังกล่าวแล้วกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กเพจ “Red Skull Phatthalung” โพสต์ภาพนักเรียนชายคนหนึ่งมีป้ายติดหน้าอกข้อความว่า “ยังไม่ได้ชำระค่าเทอม 700 บาท” ผู้โพสต์ระบุว่า เป็นผู้ปกครองของนักเรียนชายคนดังกล่าว เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 1 เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ อ.เมืองเพชรบูรณ์ ถูกครูเขียนป้ายติดอกเสื้อบุตรชายทวงค่าเทอม พร้อมกันนี้ ผู้โพสต์ยังเขียนข้อความระบายความรู้สึกว่า “ค้างค่าเทอมทำลูกขนาดนี้ ลูกถูกประจาน ถูกล้อจากเพื่อนในห้อง ไม่มีใครเล่นด้วย คุณครูโรงเรียนลาออกไปซะ ไม่ต้องเป็นหรอกคุณครู ส่วนพ่อของลูกบอกว่าอย่าไปถือสาอะไรคุณครูเลย เดี๋ยวจะตามไปจ่ายเอง บอกครูไว้แล้ว ยังเรียกตัวเองว่าคนอีกหรือ เพิ่งมาเห็นสภาพลูกวันนี้ ความไร้เดียงสาของเด็กวิ่งมาบอกว่า แม่ไม่มีใครคุยกับหนูเลย แม่ดูๆๆๆ หนูถูกลงโทษ” ภายหลังภาพและข้อความถูกโพสต์ออกไป ปรากฏว่าเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะเป็นการทำร้ายจิตใจเด็กอย่างรุนแรงต่อมาช่วงสายวันที่ 22 มิ.ย. ผู้สื่อข่าว “ไทยรัฐ” เดินทางไปสอบถามนางอริศรา พัฒนากูล รอง ผอ. รักษาราชการแทน ผอ.โรงเรียนเทศบาล 1 นางอริศรา ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนได้เรียกประชุมผู้ปกครองและชี้แจงว่า โรงเรียนต้องทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มให้กับนักเรียนทั้งหมด และจ้างครูพิเศษมาสอน มีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มที่ต้องชำระ ผู้ปกครองจะต้องจ่ายเพิ่ม เป็นการสมัครใจมิได้บังคับ หากใครไม่ประสงค์จะทำก็ได้ เป็นจำนวนเงิน 700 บาทต่อปี กระทั่งในวันที่ 21 มิ.ย. ครูประจำชั้นได้ติดป้ายทวงเงินส่วนนี้ตามภาพที่ปรากฏในโลกโซเชียลจริง ตนมาทราบเมื่อเช้าวันนี้ มีคนส่งภาพเข้ามาให้ดูและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รู้สึกตกใจมาก ต้องรับโทรศัพท์หลายสาย ทั้งจากนายกเทศมนตรีฯ และผู้ใหญ่อีกหลายฝ่ายหลังจากนั้นได้เรียกครูคนดังกล่าวเข้าพบสอบถามว่าได้ติดป้ายหน้าอกลูกศิษย์จริงหรือไม่ ครูก็ยอมรับว่าทำจริง มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ปกครองอ่านและแกะออกเท่านั้น อีกทั้งต้องการช่วยโรงเรียนเก็บเงินให้ครบเพื่อจะได้นำส่งบริษัทประกัน เพื่อจะได้คุ้มครองเด็กนักเรียนทุกคน จึงได้ตักเตือนว่า การกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม และแจ้งให้ครูทั้งโรงเรียนทราบว่า ห้ามมิให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้อีก เพราะส่งผลกระทบต่อจิตใจหลายฝ่ายทั้งเด็กและผู้ปกครอง เพราะยังมีเด็กนักเรียนติดค้างเงินอีกกว่า 200 คน พร้อมกันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนผู้ปกครองนั้น ทางโรงเรียนได้พยายามติดต่อแล้ว แต่หลังเป็นข่าวออกไปไม่สามารถติดต่อได้ เพราะปิดการสื่อสารทุกอย่าง ส่วนครูคนดังกล่าวนั้น ทราบว่า สามีเป็นตำรวจจราจรของ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้มาพบและรับกลับบ้านไปแล้วนายเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกันนี้ได้มีคำสั่งย้ายครูคนดังกล่าวไปที่โรงเรียนเทศบาล 4 จนกว่าคณะกรรมการจะสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ พร้อมกันนี้ก็ได้สั่งการให้ครูไปติดตามผู้ปกครองจนพบตัว ได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้ปกครองและกล่าวขอโทษในฐานะที่ตนเป็นผู้บริหาร รวมทั้งได้ให้ความช่วยเหลือแก้ปัญหาเรื่องเงินแล้ว ผู้ปกครองเองก็รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ไม่คิดว่าจะลุกลามขยายเป็นวงกว้างเช่นนี้ ยอมรับว่าครั้งแรกที่เห็นลูกชายก็รู้สึกโกรธมากที่ทำกับเด็กแบบนี้จึงนำรูปไปโพสต์เพื่อระบายความคับแค้นใจ แต่พอมีการกระจายจนเป็นข่าวกระทั่งสื่อมวลชนหลายแขนงโทรศัพท์ติดต่อมาจำนวนมากทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ตัดสินใจลบโพสต์ดังกล่าวและปิดโทรศัพท์ ไปอาศัยอยู่บ้านญาติ กระทั่งมีครูติดตามมาแจ้งว่านายกฯจะขอพูดคุย จึงตั้งปลัดเทศบาลเป็นประธานสอบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนในเร็วๆนี้