โดยปกติของไผ่รวกทั่วไป ที่เคยแนะนำในคอลัมน์ไปแล้วนั้น จะพบขึ้นตามป่าเขตร้อนของทวีปเอเชียมากมาย ในประเทศไทยพบมากที่สุดทางภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นตามป่าผสมผลัดใบทั่วไป หากพบว่ามีกอขึ้นในที่ไหนก็จะขึ้นอยู่ในที่เดิม และมีหน่ออ่อนให้คนเดินป่าเก็บหน่อต้มหรือลวกปอกเปลือกเอาเฉพาะเนื้อของหน่อไปขายในตลาดตัวเมืองเป็นประจำปีละครั้ง ช่วงปลายฝนทุกปี ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปรับประทานอย่างแพร่หลาย แต่รสชาติของเนื้อหน่อไผ่รวกดังกล่าวจะไม่มีรสหวาน ถ้ากินสดจะมีรสเฝื่อนๆอีกด้วยส่วน “ไผ่รวกหวาน” ผู้ขายต้นพันธุ์บอกว่า เนื้อจากหน่ออ่อนแกะเปลือกออกกินแบบสดๆ จะมีรสชาติหวานมันไม่มีรสเฝื่อนเจือปนเลย เมื่อนำเอาหน่ออ่อนไปต้มหรือลวกแกะเปลือกทิ้งกินเนื้อจะยังคงความหวานอยู่เหมือนเดิม ผู้ขายยืนยันว่าพิสูจน์ได้ แต่ “นายเกษตร” ไม่ได้ทดลองชิมจึงไม่ขอยืนยันว่าเนื้อหน่อมีความหวานมันจริงหรือไม่ ผู้ขายต้นพันธุ์ยังบอกอีกว่า “ไผ่รวกหวาน” จะมีหน่ออ่อนดกมากตามฤดูกาล แตกต่างจากไผ่รวกสายพันธุ์ธรรมดาทั่วไปอย่างชัดเจน และบอกลักษณะทางพฤกษศาสตร์เพียงว่า เป็นต้นไผ่ขนาดเล็ก มีใบเล็กด้วย ซึ่งผู้ขายต้นพันธุ์บอกด้วยว่า หน่ออ่อนของ “ไผ่รวกหวาน” ตลาดมีความต้องการสูงมาก เนื่องจากมีคนปลูกน้อยนั่นเอง และบอกไม่ได้ว่า “ไผ่รวกหวาน” เป็นสายพันธุ์ไทยหรือนำเข้าจากต่างประเทศ ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อไผ่รวก ทั่วไปมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ THYRSOSTACHYS OLIVERI GAMBLE ชื่อสามัญ EDIBLE–SEEDED BAMBOO ต้นสูง 10-17 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 4.5-7 ซม. ปล้องยาว 30-60 ซม. ใบรูปใบหอกและมีขนาดเล็ก หน่ออ่อนกินเป็นอาหารได้ ลำต้นใช้ก่อสร้างทำเยื่อกระดาษจักสานและทำเฟอร์นิเจอร์ไผ่รวกหวานมีต้นแท้ขายที่เดียวคือติดต่อ “คุณก็อต” โทร.08-9212-5285 ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในทุกพื้นที่ของประเทศไทยครับ.“นายเกษตร”