ชู6ข้อลดอุบัติเหตุนายกฯลั่นสงกรานต์ปีนี้จะไม่ไปไหน ขอปักหลักดูแลประชาชน ขณะที่ “ครม.” เห็นชอบแผนป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ แบ่งเป็น 6 ข้อ ลดปัจจัยเสี่ยงทั้งด้านคน-ถนน-ยวดยาน พร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สถานที่เล่นสงกรานต์ ไปจนถึงการช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ ด้านกรมทางหลวงเผย 8 สายทางที่คนขับหลับในมากสุด เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ สั่งติดป้ายเตือน “ง่วงหยุดพัก” และเพิ่มจุดบริการประชาชนให้เข้าพักคลายเหนื่อยล้า ส่วนขนส่งทางบกก็ยกระดับมาตรการอำนวยความสะดวกเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ตรวจสุขภาพทั้งโชเฟอร์และรถ หากพบไม่พร้อม “ห้ามขับ-ห้ามใช้”เข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 และคุมเข้มตามมาตรการป้องการอุบัติเหตุทางถนน 7 วันอันตราย วันที่ 11-17 เม.ย. ทำให้ทุกภาคส่วนต่างออกมาตรการอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นำคณะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิญชวนบริจาคโลหิตในโครงการ “แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” พร้อมรดน้ำขอพรจากนายกฯ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงภารกิจวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า “อยู่บ้าน” และกล่าวถึงผลโพล สำรวจที่ออกมาว่า ประชาชนส่วนใหญ่อยากสาดน้ำ สงกรานต์กับนายกฯ ว่า ไม่สาดต้องรดน้ำ สาดน้ำ เปลืองน้ำก็บอกแล้วให้ประหยัดน้ำ สงกรานต์ไม่เคย ไปไหน ไม่อยาก ไม่ไปไหน ต้องดูแลประชาชน มีเรื่องราวจะได้สั่งการ จะไปไหนได้อย่างไร ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ไปไหน เที่ยวไม่เคย และปีนี้ คสช.ยังไม่มีคำสั่งพิเศษอะไรรองรับเทศกาลสงกรานต์ โดยระบุว่าอย่าใช้ ม.44 บ่อยนักเลยต่อมา พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมรับทราบและเห็นชอบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561 หัวข้อหลักการรณรงค์ในปีนี้ชื่อว่า “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. แบ่งเป็น 6 มาตรการ คือ 1.มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง 2.มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3.มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4.มาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว รักษาความสงบเรียบร้อย สถานที่เล่นน้ำสงกรานต์ให้มีความปลอดภัย และให้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เฉพาะในพื้นที่ที่มีการรับอนุญาตแล้ว 5.มาตรการความปลอดภัยทางน้ำ 6.มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ นายกฯได้เน้นย้ำว่า ท่านไม่อยากให้เน้นเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆ หรือช่วงที่มีวันหยุดยาว แต่เรื่องความปลอดภัยทางท้องถนน อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญทั้งปี ซึ่งขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยวันเดียวกัน นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า สำนักอำนวยความปลอดภัยกรมทางหลวง รายงานสถิติความปลอดภัยพบว่า มีถนนทางหลวง 8 สายทาง ที่มีสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมาจากผู้ขับขี่หลับในมากที่สุด คือ 1.ทางหลวงหมายเลข 1 ตอน พาน-สันทรายหลวง ระหว่าง กม.ที่ 916-922 ระยะทางประมาณ 6 กม. พื้นที่จังหวัดเชียงราย 2.ทางหลวงหมายเลข 323 ตอน แยกปากกิเลน-น้ำตกไทรโยคใหญ่ ระหว่าง กม.ที่ 110-115 พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี 3.ทางหลวงหมายเลข 1 ตอน วังม่วง-แม่เชียงรายบน ระหว่าง กม.ที่ 535-540 พื้นที่จังหวัดตาก 4.ทางหลวงหมายเลข 4 ตอน น้ำรอด-พ่อตาหินช้าง ระหว่าง กม.ที่ 415-425 พื้นที่จังหวัดชุมพร 5.ทางหลวงหมายเลข 224 ตอน พะโค-หนองสนวน ระหว่าง กม.ที่ 90-95 พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 6.ทางหลวงหมายเลข 402 ตอน หมากปรก-เมืองภูเก็ต ระหว่าง กม.ที่ 30-35 พื้นที่จังหวัดภูเก็ต 7.ทางหลวงหมายเลข 4 ตอน ปากท่อ-สระพัง ระหว่าง กม.ที่ 123-133 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม และ8.ทางหลวงหมายเลข 35 ตอน สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน-นาโคก ระหว่าง กม.ที่ 40-45 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงสั่งการให้สำนักทางหลวงและแขวงทางหลวงในพื้นที่ ติดตั้งป้ายเตือน “ง่วงหยุดพัก” และตั้งจุดบริการประชาชนเพิ่มเติมในจุดที่เกิดอุบัติเหตุบนสายทางที่พบว่าเกิดจากการหลับในของผู้ขับขี่ ซึ่งมีสาเหตุมาจากเหนื่อยล้าและเป็นทางตรงระยะยาวจากนั้นตลอดวัน ทุกภาคส่วนได้ประสานความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในช่วงสงกรานต์ปีนี้อย่างพร้อมเพรียง โดยกรมการขนส่งทางบก ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทหาร ตำรวจ จังหวัด และท้องถิ่น จัดทีมตรวจสอบความปลอดภัย ความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและคนขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ รวม 212 แห่งทั่วประเทศต่อเนื่อง หากพบชั่วโมงการทำงานเกินที่กฎหมายกำหนด ใช้สารเสพติด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะ “สั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่” พร้อมลงโทษขั้นสูงสุดในทุกกรณีความผิด ส่วนรถโดยสารสาธารณะที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง อาจเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การขนส่ง สั่งห้ามใช้รถทันที พร้อมพ่นข้อความ “ห้ามใช้” ที่กระจกหน้ารถเพื่อให้นำไปแก้ไขให้เรียบร้อย และเข้าตรวจสภาพอีกครั้งจึงนำกลับมาให้บริการได้ พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจรถโดยสารเช่าเหมาทุกคันที่ผ่านในเส้นทางบนถนนสายหลัก 16 จังหวัด 19 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ บขส. และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีมาตรการรองรับคลื่นมหาชนที่จะออกเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการเพิ่มจำนวนรถโดยสารทั้งขาไปและขากลับ ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เปิดเผยถึงมาตรการการดูแลความปลอดภัยช่วง 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ทาง บช.น.ได้เตรียมเริ่มมาตรการกวดขันวินัยการจราจร 137 จุด ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว โดยใช้กำลังตำรวจ 3,800 นาย ซึ่งจะเริ่มกวดขันวินัยจราจรตั้งแต่วันที่ 11-18 เม.ย.นี้ โดยเพิ่มมาตรการเข้มกรณีผู้ขับขี่ดื่มสุรามาจะไม่มีการว่าตักเตือน ส่วนการเล่นสงกรานต์ พื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด 9 จุดใหญ่ ต้องมีการคัดกรองไม่ให้กระทำสิ่งต้องห้ามเรื่องการลวนลามการเล่นแป้ง เครื่องฉีดน้ำที่รุนแรง นอกจากนี้ บช.น.ได้ออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการห้ามรถทุกชนิดหรือบางชนิดเดิน ห้ามหยุดหรือจอด กำหนด ให้รถเดินได้ทางเดียว และกำหนดระเบียบการใช้ทาง ในถนนบางสายช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้ ข้อ 1 ห้ามรถทุกชนิดเดิน จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ 1. ถนนข้าวสาร ตั้งแต่วันที่ 12-15 เมษายน ตั้งแต่เวลา 12.00-24.00 น. 2.ถนนจักรพงษ์ 3.ถนนบวรนิเวศน์ 4.ถนนสิบสามห้าง 5.ถนนตะนาว ตั้งแต่แยกคอกวัว ถึงวงเวียนสิบสามห้าง 6.ถนนสีลม ตั้งแต่แยกศาลาแดง ถึงแยกนรารมณ์ ข้อ 2 ห้ามรถยนต์ซึ่งบรรทุกภาชนะบรรจุน้ำหรือบรรทุกคนโดยสารเพื่อการเล่นสาดน้ำสงกรานต์เดินรถ และห้ามจอดรถเปิดเครื่องเสียงเพื่อให้คนเต้นบนรถยนต์หรือริมถนน จำนวน 69 เส้นทาง สำหรับการจัดงานสงกรานต์ในถนนข้าวสารที่จัดภายใต้แนวคิด “รื่นเริงวันสงกรานต์ ย้อนวันวานงานประเพณี” จะเริ่มในวันที่ 12 เม.ย. พร้อมทั้งยึดหลัก 5 ป.คือ ปลอดปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ปลอดแอลกอฮอล์ ปลอดโป๊ ปลอดแป้ง และประหยัดน้ำ ซึ่งหลังพิธีเปิดงานช่วงเย็นจะมีการประกวดเทพีสงกรานต์นานาชาติ ส่วนเช้าวันที่ 13 เม.ย. จะมีพิธีทำบุญตักบาตรวันสงกรานต์ แห่พระและขบวนรถบุปผชาติ จากนั้นเปิดให้เล่นน้ำกันอย่างชุ่มฉ่ำตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.สำหรับบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในกรุงเทพฯไปยังจังหวัดต่างๆนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเที่ยงเป็นต้นมา ที่สถานีขนส่งกรุงเทพ (หมอชิต 2) เริ่มหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่หอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระมาซื้อตั๋วโดยสาร ซึ่งสงกรานต์ปีนี้ บขส.ได้เพิ่มเที่ยวรถโดยสารอีก 2,000 เที่ยว จากที่มีวิ่งปกติ 6,000 เที่ยว รวมเป็น 8,000 เที่ยว ให้เพียงพอต่อการเดินทางของประชาชน จากนั้นเวลา 14.00 น. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมนำคณะมาร่วมงาน “สงกรานต์ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์ ออเจ้าเมาไม่ขับ” จัดโดยมูลนิธิเมาไม่ขับ เพื่อร่วมรณรงค์การไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่รถโดยสาร พร้อมตรวจเยี่ยมการเดินทางกลับบ้านของประชาชน และร่วมตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถ ส่วนที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ก็มีประชาชนพร้อมสัมภาระกองโตเดินทางมารอขึ้นรถไฟเพื่อกลับบ้านเกิดไปหาครอบครัวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เก้าอี้นั่งในสถานีมีไม่เพียงพอ หลายคนต้องนั่งรอที่พื้น บ้างก็นอนหลับด้วยความเหนื่อยล้า ขณะเดียวกัน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดตัว “โครงการ 1+1=0 รถไฟไทยปลอดภัยทุกเส้นทาง” เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุของผู้ขับขี่ยานพาหนะผ่านบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ให้ข้อมูลและด้านการขับขี่ผ่านจุดตัดรถไฟฯ จำนวน 4 ข้อได้แก่ 1.หยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร 2.ห้ามขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นภายในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงทางเดินรถที่ตัดข้ามทางรถไฟ 3.จอดรถห่างจากทางรถไฟไม่ต่ำกว่า 15 เมตร 4.สังเกตป้ายหยุดป้าย “ระวังรถไฟ” และรอจนแน่ใจจึงจะขับผ่านไปได้ส่วนที่บริเวณชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 17.00 น. นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี สวมชุดไทยโจงกระเบน เป็นประธานปล่อยแถวรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ ผวจ.ชลบุรี กล่าวว่า สงกรานต์ในปีนี้จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และคาดว่าจะไม่มีการเล่นสงกรานต์แบบพิเรนทร์แบบปีกลาย เช่น นำไข่เน่า น้ำมันมาปาและราดบนพื้นถนน ส่วนการเล่นแป้ง สี ถือว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ไม่สุภาพโดยผู้อื่นไม่ยินยอม มีโทษหนัก ส่วนที่มีการนำอุปกรณ์คล้ายอวัยวะเพศชายมาเล่นสงกรานต์ หากพบก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที