ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล (3 จากขวา) ร่วมยินดีกับผู้ได้รับรางวัลคึกฤทธิ์ 2560 ได้แก่ วีระศิลป์ ช้างขนุน, ผศ.ดร.ปริดา มโนมัยพิบูลย์, ถกลเกียรติ วีรวรรณ, ศิริวรรณ รัตนทัศนีย์, ผศ.ดร.ดุษฎี มีป้อม.เพื่อเป็นการรำลึกถึง “ท่านอาจารย์หม่อม” (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช) ปรมาจารย์ด้านศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมอีกท่านหนึ่ง และร่วมกันสืบทอดเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้จัดพิธีมอบรางวัลคึกฤทธิ์ให้กับผู้มีผลงานดีเด่นและสร้างคุณประโยชน์ด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ เนื่องในวันคึกฤทธิ์ (ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านอาจารย์ 20 เม.ย.) เป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน ที่สถาบันคึกฤทธิ์ ซอย งามดูพลี สาทร ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80ฯ กล่าวว่า กว่า 23 ปีที่ได้มีการมอบรางวัลคึกฤทธิ์ให้กับผู้ที่สืบทอดศิลปะการแสดงของไทย ที่เกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์คึกฤทธิ์เท่าที่เราจะค้นหาได้มีปรมาจารย์เก่าๆหลายท่านได้รับรางวัลนี้ไป หลังๆมาเราก็มองหาคนรุ่นใหม่เพื่อจะมอบรางวัลนี้ โดยมีคณะกรรมการสรรหาในวงการนาฏศิลป์ โขน-ละคร ดุริยางคศิลป์ คีตศิลป์ วรรณศิลป์ หรือศิลปะการแสดงแขนงอื่นๆ และในปี 2560 นี้ จึงมีบุคคลที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทั้งรุ่นปรมาจารย์และคนรุ่นใหม่ โดยผู้ได้รับรางวัลปีนี้ ได้แก่ ครูดุษฎี มีป้อม สาขาดุริยางค์ไทย ปรมาจารย์ทางด้านระนาด ไม่ใช่แค่ตีเป็นนะ แต่ท่านเป็นผู้ปรับวงดนตรีปี่พาทย์บรรเลงในการแสดงโขนพระราชทาน, ครูศิริวรรณ รัตนทัศนีย์ สาขาคีตศิลป์ ผู้ควบคุมและฝึกซ้อมนักร้องในโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, คุณวีระศิลป์ ช้างขนุน สาขานาฏศิลป์ไทย เป็นครูโขนลิงที่มีฝีมือมาก และปีนี้ก็มีคนรุ่นใหม่ อย่าง คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ สาขาศิลปะการแสดง กับครูบัว-ปริดา มโนมัยพิบูลย์ สาขาวรรณศิลป์ คุณบอย-ถกลเกียรติ นี่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการเป็นเอกฉันท์เลย ส่วนอาจารย์ปริดา เป็นมือ เขียนบทรุ่นใหม่ที่มีผลงานสุดยอด อย่างเช่นนำเรื่องหลายชีวิต บทประพันธ์คลาสสิก มาปรับบทที่ทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ดูแล้วสนุกขึ้น ทั้ง 5 คนที่ได้รับรางวัลมีผลงานเป็นที่ยอมรับจนคว้ารางวัลคึกฤทธิ์ในครั้งนี้ นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่เราได้เห็นมรดกภูมิปัญญาทางศิลปะและวัฒนธรรมของสังคมไทยถูกสืบทอดอย่างสร้างสรรค์โดยคนรุ่นใหม่ๆ ครูดุษฎี มีป้อม ผู้ได้รับรางวัลสาขาดุริยางค์ไทย ได้กล่าวว่า ตนเป็นครูที่สอนอยู่วิทยาลัยนาฏศิลป์ รู้ดีว่าหัวใจของการสืบทอดส่งต่อศิลปะเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยตัวของศิลปะไม่มีวันตาย จะปรับตัวอยู่ตลอด ภูมิปัญญาของครูบาอาจารย์วันนี้เราสืบทอดมา ก็มาสร้างสรรค์ให้เหมาะกับยุคกับสมัย แต่การ ส่งต่อสิสำคัญ รางวัลนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจในการเป็นครูและได้ถ่ายทอดศิลปะของไทยให้กับเยาวชนในรุ่นต่อไป ให้เขารู้รากบ้าง และต่อไปเขาก็จะพัฒนาไปในแนวทางของเขาเอง ระบบวัฒนธรรมของชาติเราก็จะเดินไปด้วยความเข้มแข็ง ส่วนคนรุ่นใหม่อย่าง ครูบัว-ปริดา มโนมัยพิบูลย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานหลักสูตรมหาบัณฑิต ภาควิชาศิลปะการละครคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติมาก การได้รับรางวัลคึกฤทธิ์เหมือนคุณครูคือ อาจารย์หม่อมฯ มาให้รางวัล เพราะเราทำงานและเรียนรู้จากท่านในการนำบทประพันธ์หลายชีวิตมาทำเป็นบทละคร โดยเป็นงานที่พูดถึงชีวิตและความคิดความรู้สึกของคนได้อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง ทุกวันนี้ที่คณะฯสอนนิสิตนักศึกษาก็จะให้อ่าน และศึกษางานของท่านด้วย.