น้อมสืบสานพระราชปณิธาน “โครงการพระราชดำริฝนหลวง” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤติสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาภัยแล้งและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA มอบเงิน จำนวน 50 ล้านบาท ให้แก่ มูลนิธิฝนหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อใช้จัดสร้างโรงผลิตสารฝนหลวง (น้ำแข็งแห้ง) ตามพระราชดำริ แห่งที่ 7 ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จ.นครสวรรค์ โดย นายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานผู้ก่อตั้ง TOA พร้อมด้วย จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ บุศทรี หวั่งหลี ร่วมมอบเงินสนับสนุน จำนวน 50 ล้านบาท ซึ่ง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฝนหลวงฯ และ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นผู้รับมอบ ณ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในการนี้ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข กล่าวว่า รู้สึกยินดีและซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่ ทีโอเอ เพ้นท์ ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฝนหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งนับเป็นการร่วมสืบสานพระราชปณิธาน โครงการพระราชดำริฝนหลวง อันเกิดจากพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงริเริ่มขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาภัยแล้ง และได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอดภายใต้พระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยเงินบริจาคจาก TOA จะนำไปใช้ในการก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวง (น้ำแข็งแห้ง) แห่งที่ 7 ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และช่วยเหลือภาคการเกษตรรวมถึงประชาชนทั่วประเทศ ด้าน นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในฐานะกรรมการและเลขานุการมูลนิธิฝนหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีภารกิจสำคัญในการบรรเทาปัญหาดังกล่าวผ่านการปฏิบัติการฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศ โดยอาศัยการใช้สารฝนหลวงสูตร 3 หรือ “น้ำแข็งแห้ง” ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวง ทั้งในการเพิ่มโอกาสการเกิดฝนเพื่อบรรเทาภัยแล้ง และสนับสนุนการลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงวิกฤติ นอกจากนี้ ในปี 2568 มูลนิธิฝนหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวงจำนวน 8 แห่งไว้เป็นโครงการตามพระราชดำริ พร้อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการก่อสร้าง ปัจจุบันได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานแล้ว 6 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเพชรบุรี ตาก พิษณุโลก บุรีรัมย์ ขอนแก่น และ สุราษฎร์ธานี ขณะที่โรงผลิตสารฝนหลวงแห่งใหม่ในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก TOA จะเป็นแห่งที่ 7 ของประเทศ และจะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อดูแลทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่