มีจุดกำเนิดมาจากโรงเรียนสอนตัดเย็บที่ถ่ายทอดศาสตร์แห่งการตัดเย็บให้กับผู้คนทั่วอิตาลี สำหรับ “Max Mara” โดยแนวทางและวิธีการที่ “Marina Rinaldi” พัฒนาขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 รวมถึงองค์ความรู้ที่ “Giulia Maramotti” ถ่ายทอดผ่านโรงเรียนและอเตอลิเยร์ของเธอในปี 1923 ยังคงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการสร้างสรรค์ของ “Max Mara” จวบจนปัจจุบัน เพราะการสอนคือการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้วยความอ่อน น้อม, ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่นในความประณีตของทุก ขั้นตอน คุณค่าดังกล่าวได้กลายเป็นหลักการสำคัญที่ “Achille Maramotti” ยึดถือตอนก่อตั้ง “Max Mara” ในปี 1951 โดยได้รับอิทธิพลจากมารดา, คุณย่า และโรงเรียนตัดเย็บอันเป็นต้นแบบที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์แฟชั่น จนทำให้ แบรนด์นี้ กลายเป็นภาพสะท้อนของคุณค่าเหล่านั้นอย่างชัดเจนนับตั้งแต่คอลเลกชันแรก “Max Mara” ได้สร้างเอกลักษณ์ผ่านงานตัดเย็บที่เฉียบคม, เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยพลัง ความหรูหราถูกถ่ายทอดผ่านวัสดุคุณภาพสูงและการออกแบบที่ไม่ยึดติดกับกระแสชั่วคราว ในขณะที่แฟชั่นจำนวนมากถูกกำหนดด้วยความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ “Max Mara” กลับเลือกที่จะยืนหยัดบนแนวคิดแห่งความเหนือกาลเวลา สร้างสรรค์เสื้อผ้าที่เป็นการลงทุนด้านสไตล์สำหรับวันนี้, พรุ่งนี้ และอนาคต ด้วยแนวคิดดังกล่าว “Max Mara” ยังคงรวบรวมเหล่านักสร้างสรรค์มาร่วมกันรอบโต๊ะตัดเย็บเช่นเดียวกับนักเรียนในอดีต ภาษาของงานออกแบบที่ส่งต่อจากนักออกแบบ, ช่างฝีมือ และอเตอลิเยร์รุ่นแล้วรุ่นเล่า ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของปกเสื้อ, กระเป๋า หรือรอยเย็บด้วยด้ายสีขาว ล้วนสะท้อนถึงความต่อเนื่อง, ความมั่นคง และอำนาจของสไตล์ที่ไม่เสื่อมคลายแทนที่ จะไล่ตามกระแสชั่วคราว “Max Mara” เลือกสร้างสรรค์ตู้เสื้อผ้าที่อยู่เคียงข้างผู้หญิงในระยะยาว และเติบโตไปพร้อม กับช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต ฤดูกาลแล้วฤดูกาลเล่า, ปีแล้วปีเล่า และทศวรรษแล้วทศวรรษเล่า คอลเลกชันของ “Max Mara” ดำเนินต่อเนื่องราวกับบทต่างๆจากนักเขียนคนเดียวกัน โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงทุกคนได้ตีความและสร้างเรื่องราวของตนเองผ่านการแต่งกาย โค้ตแต่ละตัวเปรียบเสมือนสหายผู้คอยปกป้อง, แจ็กเกตสะท้อนเสน่ห์ที่ไม่มีวันเลือนหาย และเดรสได้รับการออกแบบเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาสำคัญในชีวิต เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี “Max Mara” ได้นำเสนอคุณค่าและความเชื่อที่หล่อหลอมแบรนด์มาตลอดการเดินทางผ่านนิทรรศการ “The Max!” ซึ่งได้รับการออกแบบพื้นที่จัดแสดงโดยได้แรงบันดาลใจจากความแม่นยำและเป็นระเบียบของคลังจัดเก็บเอกสารสำคัญ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสมรดกอันล้ำค่าของเมซงอย่าง ใกล้ชิด ภายในพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดเดียวกับศูนย์อนุรักษ์เอกสารและผลงานแห่งอนาคตของ “Max Mara” ในเมืองเรจโจ เอมีเลีย นิทรรศการครั้งนี้นำเสนอเรื่องราวของแบรนด์โดยปราศจากลำดับชั้นของคุณค่า, ภาพสเกตช์ต้นแบบถูกจัดแสดงเคียงข้างผลงานที่สร้างชื่อให้กับแบรนด์, วัตถุจากโรงงานยุคแรก, ภาพถ่าย, เอกสาร ทางประวัติศาสตร์, ตัวอย่างผ้า, เศษผ้าวูลอันอบอุ่น, แอคเซสเซอรี และบันทึกที่เขียนด้วยลายมือ ร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของ “Max Mara” ทุกองค์ประกอบถูกเชื่อมโยงเข้าหากันผ่านเส้นด้ายเชิงสัญลักษณ์ หรือ fil rouge ที่ถักทอเรื่องราวจากต้นแบบในอดีตสู่ผลงานชิ้นเอกในปัจจุบัน มอบมิติแห่งบทกวีของคลังจดหมายเหตุให้กับผู้ชมทุกคน ไม่ว่าจะหลงใหลในแฟชั่น, ประวัติศาสตร์ หรือศิลปะแห่งการสร้างสรรค์. อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่