คึกคักต่อจากเทศกาลสงกรานต์ต้องยกให้ งานมหกรรมวัฒนธรรมรัตน โกสินทร์ “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” โดยกระทรวงวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 22-26 เม.ย.นี้ จัดพร้อมกันใน 3 พื้นที่ 3 สไตล์ ได้แก่ “อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” รัตนโกสินทร์มีชีวิต, “พิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติ พระนคร” รัตนโกสินทร์ วังเรืองรอง และ “วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร” เดินชุมชนคลองสาน-กะดีจีน ยลวิถีรัตนโกสินทร์ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และสัมผัสความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานมหกรรมครั้งนี้คือ “การแสดงโขน” นาฏศิลป์ที่เป็นสัญลักษณ์อันสง่างามของประเทศไทย โดย “โขน” เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งรวมเอาความโดดเด่นของศิลปะหลายแขนงมาผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งการแต่งกายแบบชักนาคดึกดำบรรพ์, ท่าต่อสู้ที่โลดโผนจากกระบี่กระบอง และการพากย์-เจรจาที่เป็นเอกลักษณ์จากหนังใหญ่หัวใจสำคัญของโขนอยู่ที่การแสดงเรื่อง “รามเกียรติ์” เพียงเรื่องเดียว โดยผู้แสดงส่วนใหญ่ต้องสวม “หัวโขน” เพื่อปิดหน้า และถ่ายทอดบทบาทผ่านท่ารำที่อ่อนช้อยแต่แข็งแกร่ง ประกอบกับเสียงพากย์และบทเจรจาที่สดใสและมีพลังจากผู้พากย์ชาย รวมถึงวงปี่พาทย์ที่บรรเลงเพลงหน้าพาทย์ เพื่อกำกับกิริยาตัวละคร ย้อนวิวัฒนาการจากอดีตสู่ปัจจุบัน “การแสดงโขน” มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบตามสถานที่และโอกาส แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ “โขนกลางแปลง” แสดงบนพื้นสนาม เน้นฉากยกทัพรบกัน ใช้ภูมิประเทศจริงเป็นฉาก, “โขนโรงนอก” (โขนนั่งราว) แสดงบนโรงที่มีราวพาดให้ตัวละครนั่งแทนเตียง เน้นการพากย์และเจรจา, “โขนหน้าจอ” การแสดงโขนหน้าจอหนังใหญ่ มีการเจาะประตูเข้า-ออกเสมือนเป็นซุ้มปราสาท, “โขนโรงใน” การผสมผสานระหว่างโขนและละครใน เริ่มมีตัวละคร หญิงและการขับร้องที่ไพเราะ ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในปัจจุบัน และ “โขนฉาก” เกิดขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 มีการสร้างฉากบนเวทีให้สมจริงตามท้องเรื่อง โดยแบ่งเป็นฉากเป็นตอน นับเป็นงานประณีตศิลป์ที่ได้รับการสืบสานจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะ “เครื่องแต่งกายโขน” ถือเป็นงานช่างศิลป์ชั้นครู แบ่งเป็นฝ่ายมนุษย์-เทวดา, ยักษ์ และลิง ล้วนมีความละเอียดลออ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทรงโปรดเกล้าฯให้รื้อฟื้นและจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนขึ้นใหม่ เพื่อสืบสานงานฝีมือช่างไทย ทั้งงานปักสะดึงกรึงไหมและการทำหัวโขน มิให้สูญหายไปตามกาลเวลาคุณค่าที่เปี่ยมไปด้วยคติธรรมและจริยธรรมที่สอดแทรกในเนื้อเรื่อง ทำให้ “โขน” ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติประจำปีพุทธศักราช 2552 และองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “โขน” (Khon, masked dance drama in Thailand) เป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในปีพุทธศักราช 2561 นับเป็นการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโกเป็นรายการแรกสำหรับประเทศไทย เชิญชวนคนไทยร่วมสืบสานมรดกคู่แผ่นดิน พร้อมสัมผัสความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยหลากหลายรส ตลอด 5 วันเต็มในงาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ขนมาทั้งละครนอก, นาฏศิลป์ร่วมสมัย, ศิลปะพื้นบ้านหาชมยาก, ลิเก, โนรา, รำวงย้อนยุค, ลูกทุ่ง, หมอลำ, หนังกลางแปลง, งานวัดกลางกรุง ไปจนถึงมหรสพใหญ่ฉลอง 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่