เมื่อม่านของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ปิดลง ภาพของผู้คนที่หลั่งไหลเข้าชมงานอย่างคึกคักยังคงสะท้อนชัดเจนถึงพลังของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งราคาพลังงานที่ผันผวนจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและแรงกดดันจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่จัดงานกลับบอกเล่าเรื่องราวอีกด้านหนึ่ง นั่นคือความหวัง ความเชื่อมั่น และแรงขับเคลื่อนใหม่ของตลาดรถยนต์ไทย“จาตุรนต์ โกมลมิศร์” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดเผยว่า งานปีนี้ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 25 มี.ค.-5 เม.ย.2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สามารถสร้างยอดจองรถยนต์ได้ถึง 132,951 คัน (เพิ่มขึ้น 71.8% จากงานปีที่แล้ว) และรถจักรยานยนต์อีก 2,056 คัน พร้อมจำนวนผู้เข้าชมงานรวมกว่า 1,798,312 คนตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติความสำเร็จ หากแต่เป็นดัชนีชี้วัดกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงแข็งแรง แม้เศรษฐกิจจะเต็มไปด้วยความท้าทาย ความสนใจของผู้คนจำนวนมหาศาลสะท้อนว่ารถยนต์ยังคงเป็นสินค้าที่เชื่อมโยงกับความฝัน ไลฟ์สไตล์ และการวางแผนชีวิตในระยะยาวของคนไทยหนึ่งในภาพที่โดดเด่นที่สุดของงานปีนี้ คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV ซึ่งครองสัดส่วนยอดจองมากกว่า 65% ของยอดจองทั้งหมด วิกฤติราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณาทางเลือกใหม่ที่ประหยัด พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ค่ายรถจากทั้งเอเชียและยุโรปต่างนำเทคโนโลยีล่าสุดเข้ามาเปิดตัว สร้างการแข่งขันที่เข้มข้น พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของเครื่องยนต์สันดาปภายในยังไม่เลือนหาย รถอเนกประสงค์และรถกระบะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคไทยได้อย่างลงตัว สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไม่ได้เกิดขึ้นแบบตัดขาด แต่เป็นการเดินคู่ขนานระหว่างเทคโนโลยีเดิมและเทคโนโลยีใหม่เมื่อพิจารณาจากยอดจองรถยนต์ในงานจะเห็นการแข่งขันที่ร้อนแรง BYD ขึ้นนำด้วยยอดจอง 17,354 คัน ตามมาด้วย TOYOTA 15,750 คัน และ OMODA & JAECOO 15,088 คัน ขณะที่ MG, CHANGAN, GEELY และ CHERY ต่างทำยอดได้อย่างน่าประทับใจ สะท้อนการรุกตลาดอย่างจริงจังของผู้ผลิตจากจีนที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมการแข่งขันในบ้านเรา ด้านแบรนด์ดั้งเดิมอย่าง HONDA, MAZDA, MITSUBISHI และ ISUZU ยังคงรักษาฐานลูกค้าได้มั่นคง ขณะที่ค่ายรถระดับพรีเมียมอย่าง MERCEDES-BENZ และ BMW ก็ยังคงมีบทบาทในตลาดอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยานยนต์ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ยังคงทำหน้าที่เสมือนกระจกสะท้อน ทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมไทย ตลอดเวลากว่า 40 ปี งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ แต่เป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของทั้งระบบเศรษฐกิจยานยนต์ ตั้งแต่การลงทุน เทคโนโลยี ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “มอเตอร์วอร์ส” เพิ่มเติม