เพื่อขับเคลื่อนงานที่มุ่งพัฒนาคนควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนแก่ชุมชน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดการประชุมครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ณ ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ พระตำหนักดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการและผู้บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ถวายรายงานผลการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ “ปลูกป่า ปลูกคน” ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มุ่งพัฒนาคนควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนแก่ชุมชน โดยขับเคลื่อนโครงการต้นแบบและการขยายผลการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสะท้อนบทบาทของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในฐานะต้นแบบของประเทศในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ และกิจการเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์ “ดอยตุง” หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุม คือความก้าวหน้าของ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบของการพัฒนาทางเลือกอย่างยั่งยืน ที่ไม่เพียงเป็นต้นแบบของการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง แต่ยังเป็นแบบอย่างของการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่สามารถนำไปขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันโครงการพัฒนาดอยตุงฯยังเป็นกลไกในการสร้างผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้คนในชุมชนสามารถต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้เสริมให้กับตนเองได้อย่างยั่งยืน ตัวอย่างสำคัญคือการพัฒนา “หมูดำดอยตุง” ซึ่งปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์พื้นเมืองประจำถิ่นของประเทศไทย และมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้า ในด้านสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯยังเดินหน้าฟื้นฟูระบบนิเวศของพื้นที่ป่าดอยตุงจนฟื้นตัวกลับมาอย่างสมบูรณ์ เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ โดยจากการสำรวจพบพืชชนิดใหม่ๆ และพบสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายชนิด รวมถึงสัตว์หายาก ในส่วนสายงานกิจการเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การนำวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่า และพัฒนากระบวนการผลิตที่ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งยังมีการขยายผลองค์ความรู้ด้านการแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นพื้นฐาน โดยร่วมมือกับหน่วยงานระดับชาติและนานาชาติตั้งแต่ปี ค.ศ.2015 เพื่อให้โลกบรรลุ Net Zeroภายในปี 2050 โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯได้ต่อยอดประสบการณ์จากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ จัดตั้งโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายป่าชุมชน โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ป่า 287,914 ไร่ ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ ในขณะเดียวกัน ยังได้ขยายบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาเชิงปฏิบัติการด้านความยั่งยืน โดยทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน ทั้งด้านการจัดการน้ำ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการขยะ และการพัฒนาชุมชน รวมทั้งการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่ภาคธุรกิจและเครือข่ายในระดับนานาชาติ. อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม