แปลกตา!เลยทีเดียวล่ะครับ...ภาพพระกริ่ง คล้ายกริ่งบาเก็งองค์มีถ้วยฐานรับอีกชั้น คนรักพระกริ่งรุ่นเก่า...คงพอจำได้...นานมาแล้ว เคยมีวางในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร...องค์หนึ่ง และอีกองค์ของเอกชน ขึ้นปกหนังสือพระกริ่ง เล่มของ พี่มอนต์ จันทนากรและความรู้ข้อต่อไป กริ่งบาเก็ง...ซึ่งวงการเรียกกริ่งนอก เป็นพระกริ่งต้นแบบของพระกริ่งใน เช่น พระกริ่งสังฆราชแพ วัดสุทัศน์ รุ่นเขมรน้อย และพระกริ่งบาเก็งอีกหลายๆรุ่น ของเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์ วัดสุทัศน์)ความแปลก...ที่ผมว่า ในจำนวนพระกริ่งใน ที่ทำตามๆกันต่อมา...ยังไม่เคยเห็น องค์ที่มีถ้วยเป็นฐานชั้นสอง...เหมือนองค์ในคอลัมน์วันนี้เลย ข้อพิจารณาในวันนี้ องค์นี้เป็นพระกริ่งเก่าแท้...หรือไม่?เดินหน้าคุยกันเลย...ดูฟอร์มองค์พระ ผิวและสนิมโลหะ...เก่าได้แค่ “กริ่งใน” ดูจากด้านก้นที่เปิดกลวง มองลึกเข้าไปยังเห็นร่องรอยของเดือย...ใต้บัวพระกริ่ง เสียบเข้าช่องเนื้อถ้วยฐาน...สนิทเนียน จับเขย่า เสียงกริ่งก็ดังกังวานสมมติฐานกริ่งใน...ดูริ้วรอยจากด้านในองค์พระ...เป็นโลหะเนื้อเดียว...แสดงว่าไม่ได้ปะก้นด้วยทองเหลืองหรือทองแดง...ไม่มีรอยรูเจาะใส่เม็ดกริ่ง ดูด้านหลังฐานองค์พระกริ่ง...ก็ไม่เห็นร่องรอยรูอุดเม็ดกริ่งข้อจำกัดขององค์นี้อยู่ที่การหล่อสองชิ้น องค์พระเสียบเข้ากับถ้วยฐาน...พลิกหาเหลี่ยมร่องรอยยาก... ก็ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย...เดากันไป ช่างตั้งใจหล่อแบบกริ่งใน และต้องขีดวงสมมติว่า ท่านน่าจะสร้างในชุดเดียวกับพระกริ่งสังฆราชแพ รุ่นธรรมโกษาฯ ระหว่าง พ.ศ.2443 ถึง 2454ระดับฝีมือละเอียดบรรจง...ยกท่านเข้าไปในชุดฝีมือ สองช่างที่แต่งพระกริ่งปวเรศฯ และเชื่อกันว่าเป็นช่างชุดเดียวกันที่แต่งพระกริ่งรุ่นเทพโมลีฯที่ว่ากันว่ามี 9 องค์ได้ตามข้อมูลที่บันทึกในหนังสือที่วัดสุทัศน์เล่ม พ.ศ.2517 ช่วงปี พ.ศ.สมเด็จฯท่านรับงาน สืบทอดวิชาพระกริ่งจากตำรับวัดโพธ์ ตั้งแต่เป็นพระศรีสมโพธิฯนั้น ท่านอยู่กุฏิเป็นตึกสองชั้น คณะ 11ช่วงเวลาค้นคว้าสร้างพระกริ่ง...อยู่ใต้ถุนกุฏินั้น...ว่ากันว่า “ท่านหมดถ่านไปหลายลำเรือ”เริ่มจากพระกริ่งรุ่นเทพโมลี รุ่นแรก พ.ศ. 2441-2442 แล้ว ก็มาถึงรุ่นธรรมโกษาฯ เวลานานถึง 11 ปี...มีพระกริ่งหลายรูปแบบ...เช่นรุ่นธรรมโกษาแขนตัน...ผู้รู้เล่นหากันบ้าง (หนังสือเล่ม มอนต์ จันทนากร)แต่ผู้รู้อีกรุ่น คุณบุญเหลือ ออประเสริฐ แยกเป็นสี่รุ่น ทั้งรูปแบบและเนื้อหาก็แตกต่าง มีทั้งเนื้อกลับดำ เนื้อเหลือง เนื้อเมฆสิทธิ์ ข้อสังเกต รุ่นนี้อุดกริ่งรูเดียว...หล่อยาก หลายองค์เสีย ต้องซ่อมด้วยการใช้แผ่นทองแดงปะก้น...ต่อจากธรรมโกษาฯ พ.ศ.2454 ท่านเลื่อนเป็นพรหมมุนี...เริ่มสร้างกริ่งรุ่นเขมรน้อย...องค์ย่อมกว่ารุ่นแรกๆช่วงเวลาการสร้างนี้กระมัง...จึงพอจะนิมนต์พระกริ่งฟอร์มบาเก็ง...องค์ในคอลัมน์ เข้าไปร่วมรุ่นได้...ฟอร์มเหมือนกริ่งเขมรน้อย แต่ช่างแต่งวิจิตรบรรจงกว่า...มีการตอกตาไก่ในเส้นสายลูกปะคำแต่ข้อพิจารณา ที่จะจำกัดเวลาการสร้าง...กริ่งองค์ในคอลัมน์วันนี้...มีรูปแบบการสร้าง... เดียวกับครอบ (บาตร) น้ำพระพุทธมนต์พระวาณี ที่สมเด็จฯท่านสร้างหลายใบ ช่วงท่านเป็นพระธรรมโกษาจารย์ ปลายยอดฝาครอบบาตร...มีองค์พระวาณี หรือเทวนารี...รูปลักษณ์ไปทางเดียวกันพิจารณาจากลักษณะองค์พระวาณี ปลายยอดฝาบาตร...คล้ายกันมาก จึงสรุปว่า กริ่งบาเก็งองค์ในคอลัมน์วันนี้ เป็นรุ่นธรรมโกษาจารย์ได้สนิทใจมากยิ่งขึ้นมีผู้กล่าวว่า ความรู้เรื่องพระกริ่งนั้นเป็นความรู้ลึก เร้นลับ หารู้จริงยาก เริ่มแต่พระกริ่งปวเรศฯที่เชื่อกันว่าสร้างไม่เกินร้อยองค์ พระกริ่งสมเด็จสังฆราชแพ แต่ละรุ่นก็สร้างแบบนับจำนวนได้...เรื่องเก๊แท้ เถียงกันมานานนักหนาเมื่อมาถึงพระกริ่งที่เพิ่งเห็นแปลกตา...แบบองค์เดียว...หากมีเสียงนินทา...องค์เดียวในโลก (ของมึง) ก็อย่าไปเถียงเขาเลย...คิดเสียว่า เมื่อรักของเราก็เล่นของเราไปคนเดียว.พลายชุมพลคลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม