บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) “ไทยเบฟ” ร่วมกับ มูลนิธิ บางกอก อาร์ตเบียนนาเล่ และเครือข่ายพันธมิตร ประกาศความพร้อมในการจัดนิทรรศการ “The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026” ระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม -2 สิงหาคม 2569 ณ Palazzo Rocca Contarini Corfù นครเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า การกลับมาจัดแสดงผลงานที่เมืองเวนิสต่อเนื่องเป็นครั้งที่สอง นับเป็นหมุดหมายสำคัญของมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันศิลปินจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนเวทีศิลปะร่วมสมัยระดับโลก รวมถึงส่งเสริมให้ภูมิภาคนี้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมนานาชาติ มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ มีความ ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอผลงานของศิลปินจากประเทศไทยและภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับศิลปินระดับนานาชาติ ซึ่งมิได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนทางศิลปะ แต่ยังเป็นการสานต่อความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสาธารณรัฐอิตาลีและประเทศไทย ย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1897 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสนครเวนิส เพื่อทอดพระเนตรความงดงามของศิลปะในงานเวนิส เบียนนาเล่ นับเป็นการเดินทางครั้งสำคัญที่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ระหว่างสองประเทศ นิทรรศการ “The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026” ครั้งนี้เป็นทั้งการรำลึกถึงประวัติศาสตร์ร่วมกัน และก้าวสู่อนาคตด้วยการรวมศิลปินจากประเทศไทย ภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป สะท้อนการเดินทาง ความคิด และวัฒนธรรมข้ามท้องทะเลและยุคสมัย อันสอดคล้องกับพันธกิจ ของมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ในการสนับสนุน การสร้างสรรค์ทางศิลปะขยายเครือข่าย ระดับนานาชาติ และส่งเสริมความเข้าใจระหว่างวัฒน ธรรมผ่านงานศิลปะด้าน ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวย การและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และภัณฑารักษ์นิทรรศการ “The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร” กล่าวว่า ในฐานะภัณฑารักษ์ เราให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความหลากหลายของภูมิภาค ผ่านมุมมองของศิลปินทั้ง 20 ท่านจากประเทศไทยและประเทศในอาเซียน ซึ่งมีพื้นฐานแตกต่างกันทั้งด้านเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และประสบการณ์ชีวิต แต่ผลงานของพวกเขากลับเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นภายใต้ธีมเดียวกัน งานแต่ละชิ้นสะท้อนความละเอียดอ่อนของมนุษย์และความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ในนิทรรศการครั้งนี้ กระแสน้ำถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สำคัญ เปรียบเสมือนพลังที่พาเอาความทรงจำ เรื่องราว และอัตลักษณ์จากดินแดนอันห่างไกลมาบรรจบกันที่เวนิส เมืองที่มีประวัติศาสตร์ผูกพันกับการเดินเรือ การค้า และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไม่ต่างจากภูมิภาคของเรา.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่