ในความเป็นจริงมีความตระหนัก ในเรื่องของสารโลหะหนักและอะลูมิเนียม มาประมาณ 100 ปี ในปี 2014 บทความในวารสาร Immuno therapy มีการสรุปหลักฐานผลกระทบของอะลูมิเนียม และช่องทางที่อะลูมิเนียมจะเข้าร่างกายรวมทั้งจากวัคซีนในปี 2018 มีรายงานในวารสาร Journal of Trace elements in medicine and biology โดยทำ การตรวจสมองของคนที่เป็นออทิสติกแล้วเสียชีวิต 5 ราย ตั้งแต่อายุ 15 ปีไปจนถึงอายุ 50 ปีทั้งนี้พบว่ามีอะลูมิเนียมสะสมในปริมาณสูงมากในเซลล์ประสาท โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองที่สอดคล้องกับอาการของออทิสติกรวมทั้งสมองเสื่อม และนอกจากนั้นยังกระตุ้นให้เกิดการอักเสบจากเซลล์เม็ดเลือดขาวในระดับจีโนม มีการศึกษาผลกระทบของอะลูมิเนียมกับเซลล์สมองส่วนจำเพาะต่างๆ โดยพบว่าเกิดการรบกวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น จนกระทั่งทำให้เซลล์ประสาทตาย และกระตุ้นผ่านกลไกอักเสบ และ Apoptosis ทั้งนี้โดยลดกลไกต้านอนุมูลอิสระ และ lipid peroxidationการศึกษาในสัตว์ทดลอง เช่น หนู โดยการฉีดอะลูมิเนียมเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนังและทำการตรวจยีนที่เกี่ยวข้อง กับการอักเสบและการทำงานของสมอง พบลักษณะเช่นเดียวกันตัวอย่างที่ยกมานี้แสดงว่าอะลูมิเนียมมีบทบาทสำคัญ แต่แน่นอนไม่ใช่เป็นปัจจัยเดียว ที่อธิบายความผิดปกติของพัฒนาการของสมอง รวมทั้งโรคออทิสติกและโรคสมาธิสั้น จะยังร่วมกับ สารเคมีฆ่าแมลง เช่น คลอร์ไพริฟอสซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง ในขณะที่มีการเคลื่อนของเซลล์ประสาทจากตำแหน่งกำเนิดไปยังตำแหน่งเฉพาะ ที่มีอิทธิพลต่อการแสดง ออกทางเพศ จิต และ อารมณ์โดยการศึกษาในมนุษย์ และข้อมูลในสัตว์ทดลอง เช่นเดียวกับพาราควอต และอื่นๆที่คนท้องได้รับและส่งผลไปยังเด็กในท้อง และเด็กที่เกิดมายังได้รับสารพิษเหล่านี้จากสิ่งแวดล้อมไปตลอดจนกระทั่งถึง 3-6 ขวบ ซึ่งเป็นระยะสำคัญในการพัฒนาสมองการศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบและช่องทางที่เข้าร่างกาย และพยายามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีคนไทยที่มีคุณภาพดีเหลืออยู่มากนัก.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม