พระราชทานความรู้เกี่ยวกับ โรคมะเร็งแก่นักศึกษา ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงบรรยาย พิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง” พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 3 (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2563) รุ่นที่ 4 ภาคการศึกษาที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ จำนวน 46 คน ต่อเนื่องเป็นครั้งที่สอง ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ในการนี้ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง หรือ Oncogenesis (อองโคจีเนซิส)” ซึ่งโรคมะเร็งนับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประชากรไทย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรค โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของยีนที่ควบคุมการเจริญและการแบ่งตัวของเซลล์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์ สำหรับการบรรยายในวันที่สองนี้ ทรงเน้นหัวข้อ ยีนก่อมะเร็งกับการควบคุมการเจริญของเซลล์ และยีนยับยั้งการเกิดมะเร็ง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการเกิดโรคมะเร็ง เมื่อยีนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญของเซลล์เกิดการกลายพันธุ์และเปลี่ยนสภาพเป็นยีนก่อมะเร็ง จะทำให้เซลล์มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโต อย่างรวดเร็วโดยไม่สามารถควบคุมได้ จนนำไปสู่การเกิดมะเร็งในที่สุด นอกจากนี้ ยังทรงยกตัวอย่างการเกิดยีนก่อมะเร็งจากไวรัส การกลายพันธุ์ของยีน การย้ายตำแหน่งของโครโมโซม รวมถึงการเพิ่มจำนวนของยีน ซึ่งพบได้ในมะเร็งหลายชนิด และล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ยีนปกติเปลี่ยนเป็นยีนก่อมะเร็ง ในส่วนของยีนยับยั้งการเกิดมะเร็ง p53 ซึ่งพบการกลายพันธุ์ได้บ่อยในมะเร็งของมนุษย์ ทรงอธิบายถึงบทบาทสำคัญในการป้องกันการเกิดเซลล์ผิดปกติ และทรงยกตัวอย่างการกลายพันธุ์ของยีนนี้ในโรคมะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งลำไส้ ความรู้ความเข้าใจในกลไก ระดับยีนและระดับเซลล์ดังกล่าว จะเป็นรากฐานสำคัญในการ พัฒนาการวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้า รวมถึงการพัฒนายาและแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต สำหรับคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นโรงเรียนแพทย์ลำดับที่ 23 ของไทย ได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐาน สากลของ World Federation for Medical Education โดยสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์และแพทยสภา จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ทันสมัยทั้งในระดับปริญญา ตรี โท และเอก เพื่อมุ่งผลิตบัณฑิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้นำด้านสุขภาพและการบริการทางการแพทย์ ที่มีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติต่อไป.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่