แบรนด์ “SIRI VANNAVARI” ร่วมกับเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Design Week (BKKDW) 2026 นำเสนอธีม “DESIGN S/O/S” ว่าด้วยเรื่องราวแห่ง “การออกแบบ” ในฐานะเครื่องมือและพลังที่จะช่วย “ทำ/ให้/รอด” โดยเปิดพื้นที่ชั้น 1 อาคารอนุรักษ์บ้านเลขที่ 1 จัดแสดงนิทรรศการ “INSIDE : THE DESIGN PROCESS OF SIRIVANNAVARI” ชวนเหล่าคนรักแฟชั่น งานศิลปะ และการออกแบบ มาชมกระบวนการเดินทางในงานออกแบบ ผ่านแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องหนัง และเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่เลือกสรรจากคอลเลกชันเสื้อผ้าในฤดูกาลต่างๆที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เผยให้เห็นถึงกระบวนการคิด ปรัชญาในงานออกแบบ ขั้นตอนการทดลอง การขัดเกลา ตลอดจนการตัดสินใจ เพื่อแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่รอดคือความชัดเจน!! กระทั่งเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ พร้อมนำมาจัดแสดงโชว์บนรันเวย์ระดับโลก ภายในพื้นที่จัดแสดงแบ่งออกเป็น 3 โซน ชวนสำรวจเส้นทางการเดินทางของงานออกแบบ ที่ทั้งสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ โซนแรก “Design Process Lab” เผยให้เห็นถึงกระบวนการสร้างสรรค์กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ประจำคอลเลกชัน ตั้งแต่ภาพสเกตช์ เสมือนสมุดทดลอง สิ่งของที่เป็นแรงบันดาลใจ ต้นแบบที่ผ่านการแก้ไข และพัฒนา จนเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้น องศาหรือความห่างเพียงมิลลิเมตรและเซนติเมตร แต่หมายถึงความสบายสำหรับผู้สวมใส่ ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ได้เพิ่มขึ้น ผู้ชมจะพบคำตอบว่า สิ่งที่รอดคือการลองผิดลองใหม่ ลองแล้วลองอีก โซนที่สอง “DonKoi to Milan” จากปรัชญาของแบรนด์ “SIRIVAN NAVARI” ในการผสานความเป็นไทยเข้ากับเทรนด์แฟชั่นโลก การเลือกใช้ผ้าพื้นถิ่นถูกนำเข้ามาเป็นตัวแทนในการบอกเล่างานฝีมือของคนไทย สู่ผู้คนทั่วโลก จากการสำรวจผ้าพื้นถิ่นจากทุกภูมิภาค ตัวอย่างของสิ่งที่ถูกเลือกคือ “ผ้าดอนกอย” หนึ่งในโครงการพระราชดำริ Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืนในสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราช กัญญา องค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ “SIRIVAN NAVARI” ผู้ทรงยกระดับภูมิปัญญาของกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ผ้าดอนกอย คือผ้าฝ้ายย้อมครามจากวัสดุธรรมชาติ ในพื้นที่จัดแสดงส่วนนี้ผู้ชมจะได้สัมผัสกับเรื่องราวของวัสดุผ้าดอนกอยอย่างใกล้ชิด ความหลากหลายของสีที่ได้จากการย้อม เนื้อสัมผัส และจังหวะการทอ โดยแต่ละผืนมีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน ผืนที่ถูกคัดเลือกนำมาตัดเย็บเสื้อผ้า แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์จากการคัดกรองและตัดสินใจหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดงานศิลป์ท้องถิ่นถูกยกระดับไปสู่เวทีสากล โซนที่สาม “Atelier IRIS” พาผู้ชมไปทำความรู้จักกับปรัชญาแห่งงานสร้างสรรค์ “IRIS Jacket” ซิกเนเจอร์ไอเท็มแห่งแบรนด์ มีเอกลักษณ์ด้วยซิลูเอ็ตที่ได้แรงบันดาลใจจากแจ็กเกตทหาร (Military Jacket) ประกอบด้วยไหล่ที่ตั้ง เน้นสรีระช่วงเอว และสะโพกผายออก มิใช่แจ็กเกตเพียงหนึ่งรูปแบบ แต่คือรูปทรงที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งที่รอด คือสิ่งที่กลายเป็นซิกเนเจอร์...เปิดให้ชมฟรีทุกวันถึง 8 ก.พ.นี้.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่