โดยปกติของการถ่ายภาพพระกริ่ง โดยเฉพาะพระกริ่งปวเรศ วัดบวรฯ คนเป็นพระ นอกจากต้องการดูด้านหน้า ด้านหลังแล้ว ยังต้องดูด้านข้าง ดูขนาดหนา–บาง และต้องดูด้านก้นผมได้ดูองค์จริง ได้เขย่าฟังเสียงกริ่ง ได้ดูภาพครบห้าด้าน...แต่วันนี้ตั้งใจจะให้ดูแค่สองด้าน ด้านหน้า ด้านหลัง...พอเป็นเค้าโครงประกอบข้อพิจารณา...ต่อไปข้อแรกที่จะคุยกัน...องค์นี้จำแนกเป็นกริ่งปวเรศเนื้อแดง ผิวกลับดำ มองผิวเผิน ฟอร์มองค์พระ เส้นสายลายพิมพ์ ที่เชื่อกันว่าทุกเส้นสาย “แต่งฝีมือเก่า” เข้ามาตรฐานวงการนิยมสภาพพระยังดิบๆเดิมๆ มีวี่แววถูกจับต้องเบามือ ผิวหรือจะเรียกสนิม จึงยังหนาสมบูรณ์ ในหลุมร่องของเส้นสายมีสนิมแดงบางๆเป็นธรรมชาติ เข้าแว่นขยายสิบเท่า เห็นเกรนเนื้อโลหะหยาบเก่าตรง “เนื้อเก่า” นี่แหละ เป็นเกณฑ์การดูแบบนามธรรม...เฉพาะคนมีประสบการณ์... ตัดสิน “เนื้อเก่าจริง เนื้อเก่าไม่จริง” ได้ในใจดูเนื้อนำร่องแล้ว คราวนี้ก็ค่อยๆดูฟอร์มองค์พระโดยรวม...ว่ากันโดยขนาด องค์นี้จากฐานถึงปลายเกศ สูง 3.8 ซม. นี่คือหนึ่ง มาตรฐานกริ่งปวเรศแท้หากจะถาม...มาตรฐานไหน...เริ่มกันที่พระกริ่งปวเรศ องค์ในเก๋งจีนวัดบวรฯ ที่ถือเป็นต้นแบบ...นั่นไง?หากมีโอกาสพิเศษ (ที่หายากมาก) นำองค์ไปวางลงในแม่พิมพ์แผ่นหลังจำลอง...ที่ทางวัดบวรฯทำไว้...ที่เรียกกันแล้วว่า “องค์ลงบล็อก” ก็ได้ ว่ากันว่ามีแล้วสององค์”ผ่านประเด็นขนาด....มาถึงฝีมือช่างแต่ง...คุณบุญเหลือ ออประเสริฐ บางคนเรียกราชาพระกริ่ง บอกว่าช่างแต่งกริ่งปวเรศมีสองคน แสดงว่าสองฝีมือ...ที่ปรากฏชื่อ น่าจะเป็น “ปลัดจิ๋ว” ที่ถูกระบุว่าแต่งพระกริ่งเทพโมลีรุ่นแรก (สังฆราชแพ วัดสุทัศน์) รุ่นแรก และอีกหลายรุ่น รวมถึงรุ่นเขมรน้อยฟังน้ำเสียงคุณบุญเหลือ และอีกหลายเสียงผู้รู้...แต่ถ้าหากได้ตามดูภาพพระกริ่งปวเรศทุกองค์ที่ถูกยอมรับ ตีพิมพ์ในหนังสือวงการ...ผมขอแยกไว้ดังนี้...ชุดที่คุณบุญเหลือเชื่อถือ...รวมกริ่งปวเรศ องค์ที่สอง ก้นกลมคู่กับองค์ในเก๋งจีนวัดบวรฯ... ช่างแต่งบั้งเส้นชายจีวรคู่เส้นล่างส่วนอีกฝีมือ ช่างบั้งเส้นชายจีวรคู่เส้นบน แต่ดูๆไปอีกหลายองค์ ยังมีบางองค์ที่ไม่บั้งเลยผมเคยพยายาม...จะยึดหลัก...ฝีมือแต่ง ต้องเส้นนั้น...เส้นนี้...แต่เมื่อดูไปมากๆก็ตาลาย ฝีมือแต่งกริ่งปวเรศแท้...ยึดเส้นไหน จุดไหน ไม่ได้...เพราะไม่ยอมให้เหมือนกันเลย อย่างดี ก็แค่คล้ายๆไปทางเดียวกันนอกจากยึดหลัก จุดแต่ง หรือตำหนิไม่ได้...กระทั่ง “เม็ดงา” ที่เดิมก็กระซิบกันว่า “เม็ดเดียวชัด” องค์ที่ตอกเม็ดงาเขยื้อน...ไม่ใช่...สององค์ของวงการ องค์ล่าในรังคิงเพาเวอร์ โค้ดเขยื้อน และเขยื้อนสองถึงสามครั้งด้วยยังไม่แค่นั้น โค้ดยังมีเม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ โค้ดมีไส้ ไม่มีไส้...เรื่องตอกตรงไหน...ไม่ว่ากัน...ผู้รู้รุ่นเก่าคนหนึ่งตั้งข้อสงสัย...โค้ดตอกในองค์แม่พิมพ์...หรือตอกหลังจากหล่อ...ยุ่งเข้าไปอีกพระกริ่งปวเรศ องค์ในคอลัมน์วันนี้ เนื้อโลหะเก่าถึงอายุ สนิมดำธรรมชาติ ฟอร์มแต่งมาตรฐานกลาง...แผ่นทองแดงอุดก้นสนิท...มากจนแทบไม่เห็นรอยเผยอทั้งยังมีจุดสะดุดโครมใหญ่ ตรงโค้ดเม็ดงา...ที่ตอกชิดบัวเหมือนองค์ครูวัดบวรฯคือเม็ดงาขนาดใหญ่...ใหญ่กว่าปวเรศแท้ที่เคยเห็นในวงการทุกองค์แต่ร่องรอยการตอกทีเดียว ชัดเจนเป็นธรรมชาติ คิดเป็นเหตุเป็นผล...นี่คืออีกโค้ดเม็ดงาของแท้...ที่ช่างแต่งผู้ตอก จงใจตอกประกาศ ฝีมือฉันเอง ไม่เคยรู้ ก็ต้องรู้ ขนบช่างแต่งพระกริ่ง เขาเป็นเช่นนี้.พลายชุมพลคลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม