เรื่องเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เกี่ยวโยงกับศรัทธาความเชื่อในองค์ “สมเด็จพระ นเรศวรบันดาลปาฏิหาริย์” มีหลากหลายรูปแบบเรื่องราวด้วยกัน แน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติที่แบบว่าใครไม่ได้เจอกับตัวก็คงยอมรับและเชื่อยากเรื่องแรกจากชายแดน...“นักรบบนหลังช้าง”“พระองค์ทรงมาปรากฏในฝัน...ข้าพเจ้าเห็นช้างเผือกใหญ่ยืนตระหง่านกลางสมรภูมิพระองค์ทรงเครื่องนักรบเต็มยศ เหมือนกำลังจะเข้าสู่ศึกยุทธหัตถี ข้าพเจ้านั้นกลัวตายเต็มที แต่พอตื่นมากลับพบว่าเพื่อนที่ไปลาดตระเวนด้วยกันพ้นกับระเบิดราวกับมีมือสวรรค์ปัดเป่า” ข้างต้นนี้เป็นเรื่องเล่าของนายทหารรุ่นใหญ่คนหนึ่งจากกองร้อยชายแดนภาคตะวันตก ที่เคยประสบเหตุการณ์เฉียดตายจากการปฏิบัติหน้าที่ เขาเชื่อมั่นว่าเป็นเพราะได้อาราธนา “พระรูปสมเด็จพระนเรศวร” ใส่ในกระเป๋าเสื้อทหาร พร้อมจุดธูปบูชาขอพรในทุกเช้าก่อนออกปฏิบัติการศรัทธานี้ตรงกับหลายๆคนที่เชื่อว่า “ดวงวิญญาณพระองค์” เป็นเทพนักรบแห่งสยามที่เฝ้าปกปักรักษาผู้ปกป้องแผ่นดินเรื่องที่สองเล่าจากผู้ประกอบการ... “คืนวิกฤติกลับเป็นโอกาส” ที่จังหวัดสุพรรณบุรี มีผู้ประกอบการรายหนึ่งเล่าว่า ธุรกิจครอบครัวที่ทำอยู่กำลังจะล้มละลาย มีหนี้สินล้นพ้นตัว คืนหนึ่งเขาฝันเห็นชายในชุดนักรบโบราณ เดินเข้ามาสั่งให้ไป “จุดธูปบูชา ขอขมา บอกกล่าว ณ ศาลพระนเรศวรหนองสาหร่าย”หลังจากตื่นขึ้น เขาจึงเดินทางไปไหว้ตามที่ฝัน พร้อมตั้งจิตขอพร ขอโอกาสใหม่ในชีวิต หลังจากนั้นไม่นาน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า... เขาได้รับโอกาสจากลูกค้าเก่าที่หายไปหลายปี และสามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้จนธุรกิจเติบโตขึ้นหลายเท่าภายหลังจึงสร้าง “หิ้งบูชาพระนเรศวร” ไว้หน้าบริษัท และถวายดาบไม้ทุกปี เป็นการขอบคุณเรื่องสุดท้ายตำนานพื้นถิ่น...“วิญญาณองค์ดำเฝ้าภูเขา” บริเวณเทือกเขาในอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก มีชาวบ้านเล่าขานกันมาว่า ทุกคืนวันขึ้น 15 ค่ำ จะได้ยินเสียงช้างเดิน ดาบกระทบกันเบาๆดังมาจากยอดเขาผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ เชื่อว่า เป็น “ขบวนยุทธ หัตถีแห่งดวงวิญญาณ” ที่พระองค์เสด็จมาตรวจ ตราแผ่นดิน เป็นนิมิต หมายแห่งความสงบร่มเย็น และเป็นลางดีแก่พื้นที่นั้น ใครที่ฝันเห็นพระองค์ทรงช้างขาว เชื่อศรัทธากันเป็นอย่างยิ่งว่า...จะได้พ้นจากภัยใหญ่ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่O O Oในภาคต่างๆของประเทศไทยมีการสร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะบริเวณสนามรบเก่า เช่น ศาลสมเด็จพระนเรศวรที่หนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี, วัดป่าเลไลยก์ หรือ “พระบรมราชานุสาวรีย์ที่จังหวัดพิษณุโลก” ซึ่งมีประชาชนมากราบไหว้ขอพรให้แคล้วคลาดจากภัยพาล ให้มีพลังใจเข้มแข็ง และสมหวังในสิ่งที่มุ่งหวังผู้มีจิตศรัทธามักเชื่อว่า หากถวายของที่พระองค์ทรงโปรด เช่น น้ำแดง, ดาบไม้ หรือขันน้ำมนต์ จะทำให้คำอธิษฐานนั้นสำเร็จ และหากกระทำพิธีบูชาในวันสำคัญ เช่น วันยุทธหัตถี (18 มกราคม) ยิ่งเสริมบารมีเป็นเท่าทวีทุกวันนี้...สมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่ได้เป็นเพียงบุคคลในประวัติศาสตร์ แต่กลายเป็น “พลังแห่งจิตวิญญาณไทย” ที่หลอมรวมความกล้าหาญ ความเสียสละ และจิตวิญญาณแห่งการปกป้องบ้านเมืองไว้ด้วยกัน เป็นต้นแบบแห่งความรักชาติที่ไม่เสื่อมคลาย...“องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” คือหนึ่ง ในเสาหลักแห่งศรัทธาของชาติไทย ตำนานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระ องค์ไม่ได้เป็น เพียงเรื่องเล่าในอดีต หากแต่เป็นพลังทางใจที่อยู่ในวิถีชีวิตไทยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะในยามสงบหรือยามวิกฤติ พระองค์ยังคงเป็นแบบอย่างของ “นักรบผู้เสียสละ” และ “กษัตริย์นักบุญ” ที่คนไทยเทิดทูนเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตลอดกาลO O Oชื่อ “องค์ดำ” ที่เรียกขานกันอย่างเคารพ เป็นฉายาที่แสดงถึงพระลักษณะเด่นของสมเด็จพระนเรศวร ทั้งในด้านความเด็ดเดี่ยว ความกล้าหาญและความเที่ยงธรรม มีเรื่องเล่าว่าแม้ในวัยเยาว์ เมื่อทรงเป็นองค์ประกันที่หงสาวดี พระองค์ไม่เคยแสดงความเกรงกลัวต่อพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง อีกทั้งยังทรงเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ การทหารและวิชาความรู้ทุกแขนงเพื่อนำกลับมาช่วยเหลือแผ่นดินเกิดหนึ่งในตำนานเล่าขานคือ การที่พระองค์ทรงมี “พระแสงดาบคู่พระหัตถ์” ซึ่งเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีใครเทียมทาน หากได้ครอบครองย่อมแสดงถึงสิทธิ์ในการเป็นจอมกษัตริย์ ดาบนี้ว่ากันว่ามีฤทธิ์ในทางจิตวิญญาณ ผู้มีใจอธรรมจะไม่สามารถจับหรือใช้งานได้ ผู้ที่เชื่อและบูชาสมเด็จพระนเรศวรมักทำพิธีแบบเรียบง่าย...จุดธูป 9 ดอก ถวายน้ำแดง หรือขันน้ำมนต์ ดาบไม้ หรือธงชาติไทย กล่าวคำอธิษฐาน...“ขออัญเชิญบารมีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์นักรบแห่งแผ่นดินสยาม ขอพระองค์โปรดคุ้มครองข้าพเจ้าให้แคล้วคลาดจากภัยอันตราย อุปสรรคทั้งปวง หากข้าพเจ้าทำผิดพลาดใด ขอได้โปรดอภัย และนำทางให้ข้าพเจ้ากลับสู่หนทางแห่งธรรม”“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”. รัก-ยมคลิกอ่านคอลัมน์ “เหนือฟ้าใต้บาดาล” เพิ่มเติม