พอมีข่าวไฟไหม้ LA แก๊ง Happy Forever อันมี สมาชิก อาทิ อุษณีย์ วรวงศ์วสุ กฤษติกา คงสมพงษ์ ทิพาพร อัชนันท์ นภาลัย อารีสรณ์ เกล็ดดาว พานิชสมัย จิตรลดา กัลย์จาฤก และ โสมชบา ฯลฯ จึงห่วงว่า อรุยา พุทธินันทน์ ซึ่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นั่น โดยเฉพาะช่วงปลายปี ต้องอยู่ฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวลูกสาว พอติดต่อกันได้ คุณอี๊ด–อรุยา จึงเล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ว่าวันที่เกิดไฟไหม้ ไปส่งหลานที่โรงเรียน แต่พอออกจากบ้าน ก็รู้สึกว่าลมแรงมาก เสียงลมก็ดังมาก จนหลานชาย 11 บอกเหมือนทอร์นาโด ซึ่ง คุณอี๊ด บอกว่า เพิ่งเข้าใจคำว่า เดินตัวปลิว เพราะแทบทรงตัวไม่อยู่ แต่ไม่ได้นึกอะไรเพราะไม่ได้มีสัญญาณเตือน แค่รู้สึกว่าลมแรง ไม่เคยเห็นมาก่อน พอช่วงบ่ายแก่ๆก็ไปรับหลานชาย ระหว่างนั่งรถไป สังเกตได้ว่ารถติดมากผิดปกติ และลมก็ยังคงแรงมาก ไม่อ่อนลงเลย จนมาสังเกตเห็น ว่าไฟแดงตามสี่แยกเสียหมด เพราะความแรงของลมที่รุนแรงมาก มี effect กับการทำงานของศูนย์ควบคุม แต่ตอนนั้นก็ไม่มีข่าวอะไรจนช่วงเย็นถึงได้ข่าวไฟไหม้รุนแรง ที่ Pacific Palisades ก็ตกใจ เพราะเพิ่งไป dinner ที่นั่นด้านหนึ่งติดมหาสมุทรแปซิฟิก อีกด้านติดภูเขา จึงชอบไปเดินเล่น กินกาแฟ shopping เพราะมีร้านสวยๆ และร้านอาหารดีๆ และบ้านแถวนี้ก็สวยมาก คุณอี๊ด จึงรีบเปิด TV ดูข่าว และติดตามข่าวตลอด พบว่าความที่ลมแรงมาก บวกกับความแห้ง เชื้อเพลิง และต้นไม้ใหญ่ และความแรงของลมที่ไม่หยุด ก็เลยลามได้รวดเร็ว จนน่ากลัว บางจุด ไม่ไกลจากบ้าน จึงคอยฟังสัญญาณเตือนตลอดเวลา แต่ไม่มี และโชคดีที่บ้าน คุณอี๊ด มี Freeway กั้น ในขณะเพื่อนๆหลายคนต้องแพ็กของ รอรับคำสั่งว่าต้องอพยพหรือไม่ บางที่ก็หยุดไฟได้ แต่บางที่ก็หยุดไฟไม่ได้ เนื่องจากยังคงมีลมช่วงนี้ คุณอี๊ด จึงกลายเป็นนักข่าว คอยรายงานให้เพื่อนทางเมืองไทยทุกระยะ ว่าบางจุดยังไม่หยุด 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ดีขึ้นและไม่มีลมแล้ว ที่น่าสงสาร คือเด็กนักเรียน 6,000 คน เพราะไฟไหม้ทั้ง private school และ public school แต่ได้รับการช่วยเหลือจากโรงเรียนที่ปลอดภัย รับเด็กเข้าไปเรียน และมีประชาชน ช่วยจัดหาอาหารเปิดเป็นโรงครัวเล็กๆ เพื่อ supportอาหารให้เด็กนักเรียน ส่วนการช่วยเหลือในด้านที่พักอาศัย มีหลายวิธี จัดเป็นศูนย์กลางการช่วยเหลือ โดยจัดเป็นที่พักรวม ซึ่งทุกคนที่อยู่ที่นี่ต้องพักรวมกัน และมีเจ้าของ Airbnb เปิดที่พักให้พักฟรี แก่ผู้ที่ประสบไฟไหม้ ตั้งแต่วันแรก แต่ก็มีบางคนถือโอกาสขึ้นราคาคุณอี๊ด บอกว่า จากเหตุการณ์นี้ ได้เห็นการช่วยเหลือ และน้ำใจของคนอเมริกัน ซึ่งปกติจะมองไม่ค่อยเห็น เพราะต่างคนต่างอยู่ ก็มีการตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของ เครื่องใช้ เงินสด ซึ่งจะมี List บอกของที่เขาต้องการ เมื่อได้รับของบริจาค ก็จะแยกของใส่กล่อง แบ่งเป็นหมวดหมู่ ส่งไปศูนย์การช่วยเหลือ ซึ่งจะมีคนช่วยกันมากช่วงนี้คนอเมริกันกลับมาใส่แมสก์กันอีก เพราะบางพื้นที่ยังมีกลิ่นของไฟ ส่วนบ้านดารา และ celebrities ที่มีบ้านพักใน Pacific Palisades Altadena หรือ Malibu และถูกไฟไหม้ เท่าที่ทราบ มี Paris Hilton, Leonardo DiCaprio, Mel Gibson, Anthony Hopkins, Anna Faris, Eugene Levy, John Goodman, Ben Affleck และอีกหลายคนที่ไม่อยากให้สื่อเปิดเผยปัญหาที่ตามมาคือ หลายบ้านมี insurance หลายบ้านไม่มี เพราะบริษัท insurance ใน California หลายบริษัท ย้ายออกจากรัฐนี้ เพราะรับไม่ได้กับกฎกติกาของ Governer และผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียคนปัจจุบันที่เปลี่ยนกฎกติกาในการทำ Insurance จึงทำให้บริษัทประกันใหญ่ที่เคยอยู่ใน California อยู่ในภาวะขาดทุน ต้องย้ายไปอยู่รัฐอื่น ที่ไม่มีกฎกติกาแบบนี้มาถึงเรื่องร้านอาหาร พอได้ข่าวไฟไหม้ที่ Malibu คุณอี๊ด ก็นึกถึงร้าน Geffrey และ Nobu ทั้งสองร้าน อาหารอร่อย วิวสวย ติดกับ Ocean รีบโทร.ไปเช็ก แต่ไม่รับโทรศัพท์ จนตกใจคิดว่าโดนไฟไหม้ แต่ในที่สุดก็ทราบว่าปลอดภัย แต่ช่วงนี้ปิดบริการ ส่วนร้านที่โดนไฟไหม้ เป็นร้านอาหารไทยชื่อ Cholada ที่เปิดมา 34 ปี ส่วนป้าย HOLLYWOOD sign ไม่ได้ไหม้ตามที่ลือกันทุกวันนี้คนอเมริกันก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ ส่วนคนที่บ้านโดนไฟไหม้ ก็เสียหายหนักมาก จนไม่ทราบว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมได้เมื่อไหร่ ส่วนที่ไฟไม่ไหม้ก็ยังสวยงาม และมีเสน่ห์แบบ LA อาหารอร่อย อากาศดี บ้านเมืองดี ใช้ชีวิตได้สบายๆคุณอี๊ด บอกว่า เหตุการณ์คราวนี้ เกิดเร็วมาก จนทำอะไรกันไม่ถูก ถึงแม้จะมีการเตือน แต่มันเร็วจนเตรียมตัวไม่ทัน และคิดไม่ทัน แม้แต่จะหยิบอะไรออกมา แค่เอาตัวรอดออกมาปลอดภัย ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว.โสมชบาคลิกอ่านคอลัมน์ "ของว่างวันอาทิตย์" เพิ่มเติม