ศ.บรูโน ดูบัวส์ ศาสตราจารย์ประจำสถาบันหน่วยความจำและโรคอัลไซเมอร์ (IMMA) โรงพยาบาล La Pitié-Salpêtrière กรุงปารีส พูดถึงอาการหลงลืมที่เกิดขึ้นแบบชั่วคราว ซึ่งมีสถิติมากขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกศ.ดูบัวส์ บอกว่า อาการที่ว่าเรียกว่า Anosognosia หรือการหลงลืมชั่วคราวที่แตกต่างจากอาการของโรคอัลไซเมอร์ โดยกรณีที่พบบ่อยคือลืมชื่อบุคคล, ไปห้องหนึ่งในบ้านแล้วจำไม่ได้ว่าไปทำไม, หน่วยความจำว่างเปล่า สำหรับชื่อภาพยนตร์หรือนักแสดง และเสียเวลาค้นหาว่าเราทิ้งแว่นตาหรือกุญแจไว้ที่ไหน“เรื่องนี้มักเกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยพวกเขามักบ่นว่า ตนเองสูญเสียความทรงจำ เช่น ลืมชื่อคนในครอบครัว จำไม่ได้ว่าวางสิ่งของไว้ที่ไหน จนเกิดความกังวลว่า อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์” ศ.ดูบัวส์อธิบายพร้อมกับยืนยันว่า อาการหลงลืมที่เกิดขึ้นเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราว อธิบายง่ายๆก็คือ ข้อมูลที่จำได้ยังคงอยู่ในสมอง แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือหน่วยประมวลผล โดยครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีอาการลักษณะนี้ ซึ่งเกิดจากอายุมากกว่าเกิดจากโรค ทั้งนี้ หลังอายุ 60 ปี คนส่วนใหญ่จะเผชิญกับความยากลำบากเดียวกัน ในเรื่องของความหลงลืม ความจำ ซึ่งไม่ใช่โรค แต่เป็นลักษณะเฉพาะที่เกิดขึ้นจากจำนวนปีที่ล่วงเลยไป สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ความกังวลว่าจะกำกับดูแลตนเองอย่างไรศ.ดูบัวส์ แนะนำเทคนิคเพื่อคลายความกังวลในเรื่องดังกล่าวว่า ตราบใดที่คุณยังมีสติสัมปชัญญะรับรู้ว่าตัวเองมีอาการหลงลืม แสดงว่าคุณยังไม่มีปัญหาร้ายแรงเรื่องความจำ เพราะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์จะไม่รู้ตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น”“ยิ่งเราบ่นเรื่องความจำเสื่อม โอกาสที่เราจะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับความจำก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น” ศ.ดูบัวส์บอก บางครั้งอาการ Anosognosia มีความคล้ายหรือเกือบเหมือนอาการที่เรียกว่า Transient Global Amnesia (TGA) หรือกลุ่มอาการลืมเหตุการณ์ทั้งหมดชั่วคราว เป็นการสูญเสียความจำชั่วคราวที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ผู้ป่วยอาจไม่สามารถจดจำข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำให้สับสนในเรื่องสถานที่และเวลา เช่น ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน หรือมาอยู่ในสถานที่ดังกล่าวได้อย่างไร ซึ่งอาการดังกล่าวอาจทำให้รู้สึกกังวล และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ แม้พบได้ไม่บ่อยนักและไม่เป็นอันตราย เพราะเกิดเพียงช่วงสั้นๆ เพราะส่วนใหญ่ความจำจะกลับมาภายในประมาณ 24 ชั่วโมงสำหรับกลุ่มอาการลืมเหตุการณ์ทั้งหมดชั่วคราว ผู้ป่วยจะไม่ลืมว่าตนเองเป็นใคร ยังสามารถจดจำเรื่องราวในอดีตได้ เพียงแต่จะไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ณ ขณะนั้นๆ ได้เท่านั้น และอาจมีความคิดหรือความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ตามปกติ เช่น จำชื่อสิ่งของที่คุ้นเคยได้ สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำแบบง่ายๆ และยังคงจดจำอัตลักษณ์ของตนเองได้ อาการที่เกิดขึ้นไม่ทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทหรือโรคลมชัก ปัจจุบันในทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของอาการหลงลืมชั่วคราว แต่พบว่าผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีประวัติป่วยเป็นไมเกรนอาจมีความเสี่ยงเผชิญภาวะนี้สูงกว่าคนทั่วไป และอาจมีปัจจัยบางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าวได้ เช่น การแช่น้ำที่ร้อนหรือเย็นมากอย่างกะทันหัน การออกกำลังกายหนักเกินไป การมีเพศสัมพันธ์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะแบบไม่รุนแรง หรือมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงเกิดขึ้น การเกิดความเครียดอย่างรุนแรง เช่น การได้รับข่าวร้าย การทำงานหนัก การทะเลาะเบาะแว้ง รวมถึงการตรวจทางการแพทย์บางชนิด เช่น การตรวจวินิจฉัยหลอดเลือด การตรวจแบบส่องกล้อง ฯลฯการวินิจฉัยว่าเป็นอาการหลงลืมชั่วคราวหรือไม่ สามารถทำได้ตั้งแต่การตรวจทางระบบประสาท การตรวจเลือดเพื่อแยกโรคและหาสาเหตุของการสูญเสียความทรงจำที่เกิดจากปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น การติดเชื้อ การขาดวิตามินบี 1 การทำ MRI Scan, การทำ CT Scan และการตรวจคลื่นไฟฟ้าในสมอง (Electroencephalogram)ผู้ป่วยที่มีภาวะหลงลืมชั่วคราวอาจไม่จำเป็นต้องรับการรักษา เนื่องจากอาการสามารถหายไปได้เอง แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและติดตามผลอย่างน้อย 1 ครั้ง รวมทั้งหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ความดันในทรวงอกเพิ่มขึ้น เพราะเสี่ยงทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงจนอาจเกิดภาวะหลงลืมชั่วคราวได้อีก.คลิกอ่านคอลัมน์ “สมาร์ทไลฟ์” เพิ่มเติม