เพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้มีการปฏิบัติอย่างยั่งยืนในสังคมไทย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย จึงได้ดำเนิน โครงการสร้างสุขภาวะเด็กไทยด้วยนมแม่ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 และสานพลังเครือข่ายสู่การขยายผล โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อชวนทุกภาคส่วนในสังคมไทยให้มาร่วมกันสร้างต้นทุนสุขภาพและศักยภาพของเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 โดยมีจุดเริ่มต้นที่นมแม่ สนับสนุนให้แม่สามารถเริ่มต้นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยการนำลูกมาวางบนอกแม่ทันที และช่วยให้ลูกได้เริ่มดูดนมแม่ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เป็นหนึ่งในแนวทางปฏิบัติที่สำคัญของบันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (Unicef) ให้การสนับสนุนและปกป้องให้เด็กทุกคนได้กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน พญ.สาวิตรี สุวิกรม หัวหน้ากลุ่มงานสูติ-นรีเวชกรรม รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่-ลูกที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาอย่างยาวนาน กล่าวถึงความสำคัญของเวลา 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอดว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์เป็นสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและเงียบสงบ แต่สภาพแวดล้อมหลังคลอดทั้งบรรยากาศ แสงสว่าง และเสียงที่จอแจ เป็นสิ่งที่น่าตกใจสำหรับเด็กทารก การที่ทารกได้อยู่ในหน้าอกของแม่ทันทีหลังคลอดจะเหมือนเป็นการปลอบประโลมทารกให้สงบลง เมื่อแม่ได้มีการลูบไล้และพูดคุย เด็กก็จะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยตั้งแต่อยู่ในท้อง ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มพลังกายและพลังใจทำให้แม่มีพลังมากขึ้นหลังจากผ่านระยะเวลา 9 เดือนที่รอคอย นอกจากนี้การนำลูกมาวางแนบอกยังทำให้ทารกได้รับเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีจากผิวหนังของแม่ การนำลูกเข้าเต้าและได้ดูดนมแม่ใน 1 ชั่วโมงแรก ทำให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมนโปรแลคติน ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมของแม่ ในน้ำนมแม่หยดแรกมีทั้งสารอาหารที่มีคุณค่าและภูมิคุ้มกันแบบสำเร็จรูปที่ส่งผ่านไปสู่ลูก พญ.สาวิตรีกล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญของความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น พบว่ามีขั้นตอนสำคัญอยู่ 2 ด้านที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นในโรงพยาบาล ตามบันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยเฉพาะในข้อที่ 3 ส่งเสริมและช่วยเหลือให้แม่ได้โอบกอดลูกเนื้อแนบเนื้อโดยเร็วที่สุดหลังคลอด สนับสนุนแม่ทุกคนให้เริ่มต้นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยเร็วที่สุด และข้อที่ 4 แม่ควรได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และจัดการกับปัญหาที่พบบ่อยได้ ทั้งท่าอุ้ม การเข้าเต้า การบีบเก็บน้ำนม เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแม่จะสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จสำหรับแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และหลังคลอด สามารถศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อเตรียมตัวอย่างถูกต้องได้ที่ www.thaibf.com หรือที่ Facebookเพจ : Thaibf และนมแม่ หรือดาวน์โหลด Application : Everyday Doctor ของกรมอนามัยที่เปิดคลินิกนมแม่ออนไลน์ เพื่อให้คำปรึกษาแม่ที่มีปัญหาในการให้นมแม่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.