บวร หรือ บ้าน วัด โรงเรียน เป็นสถาบันรากฐานสังคมไทย พลังบวร การสร้างความเข้ม แข็งให้ชุมชน เพื่อความมั่นคงอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเอาสถาบันหลัก คือ บ้าน วัด โรงเรียน ในชุมชนมาเป็นกลไกในการพัฒนา และสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง และน้อม นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งสืบสาน วิถี ธรรมชาติ และท้องถิ่น ให้ชนรุ่นหลังได้มีความเข้าใจในรากฐานสังคมของชาติไทยที่มีสืบมาอย่างยาวนาน ด้วยแนวคิดนี้ ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักโครงการและจัดการความรู้ (OKMD) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย และมูลนิธิธรรมดี จึงได้จัดกิจกรรม “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 17” โดยมีครู อาจารย์ ที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศ มาเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยของล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 จะช่วยสร้างพื้นฐานการดำรงชีวิตให้เกิดความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ณ โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราช ดำริ และโครงการป่าสิริเจริญวรรษ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ชลบุรี ในงานคณะครูได้ร่วมทำกิจกรรมการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ที่ให้ความสำคัญในความเชื่อมโยงของ ชุมชน วัฒนธรรม ประเพณี การศึกษา อาทิ การมอบอุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาล การมีส่วนร่วมของโรงเรียนและเด็กนักเรียน การทำบุญปล่อยปลา การถอดรหัสศาสตร์พระราชาเพื่อความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู ฯลฯ นอกจากนี้ มีการทำกิจกรรม ณ โครงการป่าสิริเจริญวรรษอันเนื่องมาจากพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่ง วิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ทิพยประกันภัย กล่าวว่า เพราะโลกหลังโควิด-19 ได้เปลี่ยน แปลงไปแล้ว ผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวเพื่อฟื้นฟูตนเองและสังคมให้มีความแข็งแรงกลับสู่สมดุลและช่วยกันสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตเหมือนเดิม การนำเอาพลังบวร มาใช้ในการพัฒนาสังคม ด้วยภูมิปัญญาของคนไทย จะมีส่วนช่วยให้เกิดความมั่นคงได้อย่างยั่งยืน ด้าน ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี กล่าวว่า ความไม่เหมือนเดิมของโลกใบนี้ ได้ช่วยตอกย้ำให้เราทุกคนได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อให้ราษฎรได้มีความเป็นอยู่อย่างผาสุก ดังนั้นการได้มาศึกษาลงพื้นที่เพื่อสร้างประสบการณ์ การปลูกป่าในใจคน และน้อมนำเอาศาสตร์พระราชา ไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป จะเป็นภูมิคุ้มกันให้เราทุกคนสามารถอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์วิกฤติ และเติบโตได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นการสนองตามพระปฐมบรมราชโองการของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด ต่อไป พร้อมทิ้งท้ายว่า เราหลงลืมอะไรไปหรือเปล่า เราลืมไปแล้วว่า คนไทยโชคดีแค่ไหน ที่มีพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และทรงรักคนไทยมากที่สุด ดร.ดนัยสรุป.