ปิดภาคเรียนเป็นช่วงที่เด็กๆชื่นชอบเพราะได้พักผ่อนอยู่กับบ้านทำกิจกรรม หลังคร่ำเคร่งกับเรียน ติว และการสอบมาเป็นแรมปีเมื่ออยู่บ้านเด็กๆ ขนมขบเคี้ยวนับเป็นหนึ่งในของกินเล่นที่กินได้อย่างต่อเนื่อง และอย่างน้อยต้องมีถึง 2 ห่อ โดยที่หารู้ไม่ว่าขนมขบเคี้ยวที่กินเข้าไปนั้นคืออันตรายที่เข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นทุกทีแม้ในขนมขบเคี้ยวจะมี “โซเดียม” ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณ 1,500 มิลลิกรัม/วัน แต่ต้องได้รับไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน หรือเกลือ 1 ช้อนชา ซึ่งเป็นปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป ซึ่งสารดังกล่าวจะทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ดูดซึมสารอาหารบางอย่างในไตและลำไส้เล็กหากปริมาณโซเดียมที่รับเข้าสู่ร่างกายมากกว่า 1 ช้อนชาขึ้นไป และได้รับเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และสุดท้ายมีผลทำให้ไตวายได้สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างขนมขบเคี้ยวจำนวน 5 ตัวอย่างจาก 5 ยี่ห้อ ที่วางจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณโซเดียม ผลปรากฏว่าพบโซเดียมทุกตัวอย่างในปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน ตั้งแต่ปริมาณ 119-355 มิลลิกรัมต่อขนม 1 ซอง ฉะนั้นก่อนเลือกขนมขบเคี้ยวให้ลูกหลาน อันดับแรกขอแนะนำให้พ่อ แม่ ผู้ปกครองและเด็กๆที่ชื่นชอบขนมขบเคี้ยว ก่อนซื้อควรอ่านฉลากโภชนาการ หรือฉลาก GDA บนซองขนม และเลือกซื้อชนิดที่มีโซเดียมต่ำ และหากเป็นขนมซองสุดโปรด และมีโซเดียมสูง ก็ให้แบ่งทาน หรือไม่ควรซื้อทานบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินความจำเป็นเพราะอย่าลืมว่า...ในแต่ละวันร่างกายเรายังได้รับโซเดียมจากอาหารอื่นๆด้วย แต่ถ้าจะให้ห่างจากโรคภัยต่างๆ เมนูที่ดีสุดคือหันมากินผลไม้ ธัญพืชที่เป็นประโยชน์แทนจะดีกว่า เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีทั้งในวันนี้และวันหน้า.ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย