กูเกิล เปิดตัว “Gemma 4” โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบเปิด (Open Source) รุ่นล่าสุด ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดไปติดตั้งและรันบนคอมพิวเตอร์ส่วนตัวได้โดยตรง ลดการพึ่งพาคลาวด์และไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนจุดเด่นของ Gemma 4 อยู่ที่แนวคิด “เล็กลงแต่ฉลาดขึ้น” โดยกูเกิลได้ปรับโครงสร้างโมเดลให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง แต่ยังสามารถประมวลผลงานที่ซับซ้อนได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผน หรือการทำงานหลายขั้นตอนแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นแนวทางของ AI รุ่นใหม่ที่เรียกว่า Agentic AIในด้านความสามารถ Gemma 4 ถูกออกแบบให้รองรับการคิดเชิงลึกแบบหลายขั้นตอน (Reasoning) ได้ดีขึ้น พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับระบบอื่นผ่านฟีเจอร์อย่าง Function Calling และการสร้างผลลัพธ์แบบโครงสร้าง เช่น JSON ซึ่งช่วยให้สามารถนำไปพัฒนาเป็นระบบอัตโนมัติ หรือ AI ผู้ช่วยที่ทำงานต่อเนื่องได้จริงในระดับแอปพลิเคชันตัวโมเดลมีให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่รุ่นขนาดเล็กที่สามารถรันบนอุปกรณ์ปลายทางหรือแล็ปท็อป ไปจนถึงรุ่นขนาดใหญ่สำหรับงานระดับองค์กร ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ตามกำลังประมวลผลและงบประมาณที่มีGemma 4 เปิดให้ใช้งานภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ Apache 2.0 ซึ่งเปิดกว้างให้นักพัฒนาและภาคธุรกิจสามารถนำไปปรับแต่งและใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ โดยรองรับการใช้งานผ่านแพลตฟอร์มหลัก เช่น Google AI Studio รวมถึงแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สยอดนิยมอย่าง Hugging Face และ Ollama ที่สามารถดาวน์โหลดและรันโมเดลบนเครื่องได้โดยตรงแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกระแส Local First AI ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากช่วยลดการพึ่งพาอินเตอร์เน็ต เพิ่มความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และลดต้นทุนการใช้งานในระยะยาวในภาพรวม Gemma 4 เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของกูเกิล ที่ต้องการขยายบทบาทในตลาด AI จากเดิมที่เน้นบริการบนคลาวด์ไปสู่การเปิดให้ผู้ใช้สามารถนำโมเดลไปใช้ งานและพัฒนาต่อยอดบนอุปกรณ์ของตนเองได้มากขึ้นขณะเดียวกัน การเปิดตัวโมเดลแบบเปิดนี้ยังเป็นการเติมเต็มพอร์ต AI ของกูเกิล ที่มีทั้งโมเดลเปิดอย่าง Gemma และโมเดลขนาดใหญ่บนคลาวด์อย่าง Gemini ซึ่งรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันตั้งแต่งานพัฒนาเชิงลึกไปจนถึงการใช้งานระดับองค์กร ท่ามกลางการแข่งขันในตลาด AI ที่ทวีความเข้มข้นต่อเนื่อง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม