การประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษมูลค่ากว่า 5.7 หมื่นล้าน บาท หรือหุ้นละ 19 บาท ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC/ AIS) ไม่ได้เป็นเพียงการคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น แต่เป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่สะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมโทร คมนาคมไทยอย่างชัดเจนการตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนว่ายุคการลงทุนหนัก ได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว อย่างน้อยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า หลังผู้ให้บริการรายใหญ่ทุ่มงบประมูลคลื่นความถี่และเร่งขยายโครงข่าย 5G จนครอบคลุมพื้นที่ประชากรหลักของประเทศเป็นที่เรียบร้อยฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเมินว่า เมื่อภาระการลงทุนเริ่มคลี่คลาย AIS จึงขยับบทบาทสู่การเป็นธุรกิจสร้างกระแสเงินสด (Cash Cow) อย่างชัดเจน ภายใต้สมมติฐานว่าในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จะยังไม่มีดีลธุรกิจขนาดใหญ่เข้ามาเพิ่มภาระทางการเงิน บริษัทจึงสามารถใช้กลยุทธ์กู้เงินมาจ่ายปันผลพิเศษได้ โดยไม่กระทบต่ออันดับเครดิตระดับ AAA เนื่องจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในอนาคตยังแข็งแกร่งเพียงพอรองรับการชำระหนี้ดังกล่าวขณะเดียวกัน ในฝั่งเทคโนโลยี นักวิเคราะห์มองตรงกันว่า ปี 2569 ยังไม่ใช่จังหวะของ 6G ในเชิงพาณิชย์ แม้จะเริ่มมีการพูดถึงการทดสอบคลื่นความถี่ระดับ Terahertz (THz) หรือความเร็วระดับ Terabit (Tbps) แต่ในทางปฏิบัติ 6G ยังต้องอาศัยทั้งมาตรฐานสากล ระบบนิเวศอุปกรณ์ (Device Ecosystem) และโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นภาพหลังปี 2573 เป็นต้นไป ด้วยเหตุนี้ในช่วงปี 2569-2572 สิ่งที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรวมถึง AIS จะโฟกัสจึงไม่ใช่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ยกชุด แต่เป็นการยกระดับเครือข่ายเดิมสู่ 5G Advanced หรือ 5.5G เพื่อรีดประสิทธิภาพจากคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้รองรับการใช้งานที่ซับซ้อนขึ้นทั้งด้านความเสถียร ความหน่วงต่ำ และการรองรับอุปกรณ์จำนวนมาก โดยใช้เงินลงทุนต่ำกว่ายุค 5G ระยะแรกอย่างมีนัยสำคัญหากเปรียบเทียบในเชิงเทคโนโลยี 5G คือยุคของการวางโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ 5.5G คือช่วงขัดเกลาให้เครือข่าย เสถียรขึ้น ฉลาดขึ้น และคุ้มค่าขึ้น รองรับโลกของอุปกรณ์ IoT ขนาดเล็ก เทคโนโลยีเสมือนจริง (XR) และบริการเรียลไทม์ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงส่วน 6G จะเป็นการยกระดับบทบาทเครือข่าย จากระบบส่งข้อมูล ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรับรู้และเข้าใจบริบทของโลกจริงได้ด้วยตัวเองการบูมของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ยิ่งเร่งให้ทิศทางนี้ชัดเจนขึ้น ในระยะสั้น AI ถูกนำมาใช้เพื่อบริหารโครงข่ายอัตโนมัติ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้คลื่นความถี่ ขณะที่ในระยะถัดไป AI กำลังถูกผลักดันให้เป็นแกนกลางของบริการใหม่ ตั้งแต่โซลูชันสำหรับองค์กร ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ไปจนถึงบริการดิจิทัลที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการขายแพ็กเกจสื่อสารแบบเดิมหาก 5G คือถนนความเร็วสูง AI คือหัวใจการบริหารจราจร ขณะที่ 6G คือถนนยุคใหม่ที่เข้าใจการใช้งานและปรับตัวได้เอง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม