การเสวนาในงาน The India– Thailand Business Conclave ภายใต้หัวข้อ “From Shared Experiences to New Opportunities” สะท้อนมุมมองเชิงลึกและประสบการณ์ตรงจากผู้นำธุรกิจชั้นนำของอินเดียและไทย โดยมีผู้บริหารจาก โรยัล เอ็นฟิลด์, อินเทลเลคท์ ดีไซน์ อารีน่า, เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด และโกลบอล พาวเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะโอกาสการทำธุรกิจระหว่างอินเดีย-ไทยประเด็นสำคัญประการแรกคือ การเลือกพันธมิตรท้องถิ่นที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากอินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความซับซ้อน การเริ่มต้นธุรกิจผ่านพาร์ตเนอร์ในพื้นที่ช่วยลดความเสี่ยง สร้างความน่าเชื่อถือ และช่วยให้เข้าใจกฎระเบียบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น เอสซีจี ร่วมทุนกับ Big Block Construction ในรัฐคุชราต เพื่อรุกตลาดอีกปัจจัยสำคัญคือ การนำนวัตกรรมมาตอบโจทย์ตลาด ผู้ร่วมเสวนามองว่าการแข่งขันที่รุนแรงในอินเดียเปรียบเสมือน “ถ้ำเสือ” ธุรกิจจึงไม่ควรแข่งด้วยสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป แต่ต้องมองถึงปัญหาและพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงของตลาด เช่น แผ่นผนังคอนกรีตมวลเบา (ACC Panel) สูง 6 เมตรของ SCG ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการก่อสร้างและแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจยังควร เกาะกระแสการเติบโตและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ จากการขยายตัวของเมือง อีคอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ ที่สร้างความต้องการมหาศาลในหลายอุตสาหกรรมของอินเดีย ตั้งแต่ตลาดบรรจุภัณฑ์ไปจนถึงอุปกรณ์รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์นอกจากนี้ การลงทุนใน “คน” ยังเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ขณะที่การใช้ประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนต่างๆของภาครัฐ ก็ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญบทสรุปจากเวทีนี้เน้นย้ำว่าการเจาะตลาดอินเดียไม่ใช่การแข่งขันแบบเผชิญหน้า แต่เป็น การผสานจุดแข็งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และความร่วมมือระยะยาว เพื่อเติบโตไปพร้อมกับห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างยั่งยืน.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม