กลายเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามในสหรัฐฯ หลังจากมีรายงานข่าวว่าลูกเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ในทะเลอาระเบีย กำลังเผชิญกับสภาพขวัญกำลังใจตกต่ำ และบางนายมีความพยายามฆ่าตัวตายกระโดดลงจากดาดฟ้าเรือโดยเป็นผลพวงมาจากปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ที่ทำให้ต้องอยู่กลางทะเลเป็นเวลานานกว่า 250 วัน ไม่มีโอกาสขึ้นฝั่ง ไปพักผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำภารกิจอย่างต่อเนื่องและมีรายงานแล้วว่า เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน จากภูมิภาคแปซิฟิก กำลังเดินทางไปยังทะเลอาระเบียน และอาจจะเข้ารับช่วงต่ออย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เปิดเผยเรื่องนี้ว่า สิ่งที่ทำลายสภาพจิตใจของเหล่าลูกเรือมากที่สุด คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาทุกยุคทุกสมัย นั่นคือการขาดเสบียงอาหารที่สดใหม่ ลูกเรือรับประทานอาหารแช่แข็งอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ของใช้ในกิจวัตรประจำวันอย่างยาสีฟันและสบู่ก็ไม่เหลืออีกต่อไปปกติแล้วกองทัพเรือสหรัฐฯจะมีประสิทธิภาพสูงในเรื่องของ “โลจิสติกส์” การส่งเสบียงรบ เนื่องจากมีฐานทัพอยู่เต็มภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ไม่ว่าจะทำศึกอยู่ตรงจุดใดก็จะมีฐานพักเสบียงอยู่ใกล้ๆที่สามารถฝากเรือลำอื่นๆมาส่งให้แก่กองเรือที่อยู่ระหว่างปฏิบัติการรบกลางทะเลแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือ ฐานพักเสบียงของสหรัฐฯในภูมิภาคเอเชียตะวันตก ได้ถูกขีปนาวุธอิหร่านโจมตีจนได้รับความเสียหายยับเยินไปแล้ว โดยเฉพาะฐานบัญชาการใหญ่ของกองเรือที่ 5 ในประเทศบาห์เรน และท่าเรือฟูไจราห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเดิมทีจะต้องทำหน้าที่จัดส่งเสบียงให้แก่กองเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์นจนทำให้ต้องมีการเปลี่ยนจุดรวมเสบียงไปใช้ฐานทัพบนเกาะดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ปฏิบัติการรบอ่าวโอมาน-ทะเลอาระเบียนไปกว่า 3,450 กิโลเมตร ระยะทางที่ห่างไปขนาดนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะไม่มีของสดไปถึง นำมาได้แต่ของแช่แข็งสถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนว่า กองทัพเรือสหรัฐฯกำลังพยายามแก้ปัญหาไปตามสถานการณ์ เพราะสุดท้ายคำสั่งจากเบื้องบน ยืนยันว่ากองเรือสามารถรบไปได้เรื่อยๆโดยไม่มีกรอบเวลาจำกัด ขนาดโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังพูดเองว่า “อยู่ในทะเลนานอะไร นานไม่พอมากกว่า”.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม