ณ ช่วงบ่ายๆของวันเสาร์ขณะผมเขียนต้นฉบับวันนี้ “ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 23” หรือ “เวิลด์คัพ 2026” เพิ่งจะจบการแข่งขันรอบ 32 ทีม ซึ่งเป็นการแข่งขันในแบบจับคู่น็อกเอาต์กัน ...ใครชนะได้ไปต่อ...ใครแพ้ก็กลับบ้าน...ซึ่งในที่สุดก็ได้ทีมชนะ 16 ทีม เพื่อจับคู่น็อกเอาต์กันต่อให้เหลือ 8 ทีมต่อไปกว่าต้นฉบับของผมจะได้ลงตีพิมพ์ในวันจันทร์นี้ การแข่งขันรอบ 16 ทีม จะผ่านไปแล้ว 3 คู่...โปรดอย่าลืมเช็กข่าวด้วยนะครับ ว่าใครได้อยู่เล่นต่อ และใครบ้างที่ต้องเก็บฉากอำลาที่ผมจะบันทึกไว้เป็นเกียรติยศวันนี้ได้แก่ การแข่งขันในรอบ 32 ทีมน่ะครับ ระหว่างแชมป์เก่า อาร์เจนตินา “ฟ้าขาว” กับทีม เคปเวิร์ด “ฉลามสีน้ำเงิน” ประเทศเล็กๆจากเกาะเล็กแห่งหนึ่งในทวีปแอฟริกาใต้ ที่จบลงด้วยชัยชนะอย่างหวุดหวิดของทีมฟ้าขาว 3-2 ประตู หลังต้องต่อเวลาขับเคี่ยวกันถึง 120 นาทีเป็นการแข่งขันที่มันส์ที่สุดของฟุตบอลโลกครั้งนี้ เมื่อนับมาถึงรอบนี้...เพราะจากคู่ที่เซียนทุกเซียนมองว่าห่างชั้นกันเหลือเกิน ต้องจบลงแบบ “หวานหมู” สำหรับอาร์เจนตินาแน่ๆผลกลับตรงข้าม เคปเวิร์ด กลายเป็น “หมูป่าเขี้ยวตัน” ฮึดสู้ กับแชมป์โลก 3 สมัย อาร์เจนตินาได้อย่างชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟันโดนทีมฟ้าขาว โดย ลิโอเนล เมสซี ยิงนำไปก่อน 1-0 ในครึ่งแรก ก็มาตีเสมอได้ 1-1 ในครึ่งหลัง และยันจนเสมอ 1-1 ต้องต่อเวลาต่อเวลาเพียง 2-3 นาที โดนอาร์เจนตินายิงนำไป 2-1 ก็ยังสู้ สุดฤทธิ์ ไล่ตีเสมอ 2-2 จนได้ ทำให้แฟนบอลเริ่มคิดล่วงหน้าแล้วว่า คู่นี้อาจจบด้วยการยิงลูกโทษตัดสินแต่ก็อย่างว่า...ทีมฟ้าขาวยังคงรักษาความเก๋าเอาไว้ได้ โหม่งลูกเตะมุมในนาที 111 เอาชนะไปได้ 3-2 ในที่สุดใจสู้และสู้อย่างสุดฤทธิ์สุดเดชเช่นนี้ จะมิให้ “เคปเวิร์ด” กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลทั่วโลกได้อย่างไร?เฉพาะแฟนบอลไทยมีการถามไถ่และเปิดค้นหากูเกิลอุตลุดไปหมดเพราะอยากรู้จักประเทศนี้มากขึ้นผมเองก็ต้องเปิดเหมือนกันและได้ข้อมูลมาฝากดังนี้เคปเวิร์ดเป็นประเทศหมู่เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกห่างจากชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศเซเนกัล 570 กิโลเมตรเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยรวมกัน 10 เกาะ มีพื้นที่แค่ 4,033 ตารางกิโลเมตร (มีคนบอกว่าประมาณจังหวัดชลบุรีเท่านั้น) และมีประชากรราวๆ 530,000 คน ประมาณจังหวัดพัทลุงบ้านเราถูกค้นพบโดยนักเดินเรือชาว โปรตุเกส ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 จึงกลายเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสมาตั้งแต่บัดนั้นในอดีตเคยเป็นดินแดนค้าทาส เคยเป็นดินแดนที่โจรสลัดชอบไปปล้น...แต่หลังจากได้เอกราชจากโปรตุเกส เมื่อปี 1975 แล้ว ก็มุ่งมั่นพัฒนาประเทศอย่างขะมักเขม้นปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็นประเทศรายได้ปานกลาง ระดับล่างคือหลุดพ้นจากคำว่าประเทศยากจนมาแล้ว (รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีเท่ากับ 170,000 บาท) มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลักสาเหตุที่เตะบอลเก่งมีคนวิเคราะห์ว่า เพราะมีความสัมพันธ์กับโปรตุเกสนี่แหละ ได้สโมสรดังๆมาช่วยฝึกปรือให้ ประกอบกับความแข็งแกร่งของการเป็นชาวผิวสีทำให้มีนักเตะได้ไปเล่นในสโมสรอาชีพของยุโรปจำนวนมากแม้ส่วนใหญ่แล้วสโมสรที่นักเตะเคปเวิร์ดไปเล่นให้จะเป็นสโมสรระดับกลางๆแต่ความใจสู้และตั้งใจฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ก่อนไปบอลโลกครั้งนี้ (ครั้งแรกของประเทศ) ทำให้ผลงานออกมาดีอย่างเหลือเชื่อมาบอลโลกครั้งนี้ ถ้านับเฉพาะ 90 นาทีเท่ากับไม่แพ้ใครเลย รอบแรกเสมอสเปน 0-0, เสมออุรุกวัย 2-2, เสมอซาอุดีอาระเบีย 0-0 และเสมออาร์เจนตินา 1-1แบบนี้จะไม่ให้แฟนบอลทั้งโลกหลงรักได้ยังไงล่ะ?“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม