กว่า 2 ทศวรรษก่อน ผมเป็นประธานหอการค้าไทย-ไนจีเรียคนแรก พอยื่นนามบัตร สังเกตว่าหลายครั้ง อีกฝ่ายไม่ค่อยให้ความเชื่อถือประเทศไนจีเรีย (ในสมัยนั้น) เพราะเครือข่ายอาชญากรรมจากไนจีเรียจำนวนหนึ่งเข้าไปมีบทบาทในการลักลอบลำเลียงเฮโรอีนจากเอเชียและโคเคนจากอเมริกาใต้ไปยังยุโรปและสหรัฐฯในยุคนั้น มีข่าวการจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติไนจีเรียบ่อยครั้งในหลายประเทศ ผู้ลำเลียงยาชาวไนจีเรียจำนวนไม่น้อยซ่อนยาไว้ในกระเป๋าเดินทาง บางคนทำถึงขนาดกลืนห่อบรรจุยาเข้าไปในร่างกายกลุ่มค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่เรียกว่า cartels ยังเป็นพวกเม็กซิกันที่ขนโคเคน เมทแอมเฟตามีน เฟนทานิล ฯลฯ เข้าสหรัฐฯ ชาวโคลอมเบีย อัฟกานิสถาน หรือแม้แต่ชาวพม่าก็มีข่าวเกี่ยวข้องกับการผลิตฝิ่นและเฮโรอีนการที่ผู้ต้องหาสัญชาติใดสัญชาติหนึ่งปรากฏเป็นข่าวในคดียาเสพติดบ่อยครั้ง สร้างภาพจำฝังแน่นอยู่ในสมองของชาวโลก และทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศ คน สินค้าและบริการ เสียหายไปด้วยที่กำลังดังในขณะนี้ก็คดีแอร์โฮสเตสของสายการบินไทยที่ลักลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติและโดนจับกุมที่สนามบินเมลเบิร์น เมื่อ 25 มิถุนายน 2026 อ่านข่าวที่ไหนของประเทศใดก็เจอแต่เรื่องเจ้าหน้าที่ศุลกากรออสเตรเลียร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย จับกุมแอร์โฮสเตสไทยอายุ 26 ปี ซ่อนยาเสพติดในกระเป๋าผ้าลายช้างเฉพาะครึ่งปีแรกของ ค.ศ.2026 มีคดีขนยาเสพติดที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยในออสเตรเลียไม่ต่ำกว่า 6 คดี2 กรกฎาคม 2026 สำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNN) แถลงผลการทลายเครือข่ายลักลอบขนกัญชาครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ มีของกลางเป็นช่อดอกกัญชาแห้งน้ำหนัก 3.37 ตันส่งตรงจากไทย ซุกในกระเป๋าเดินทาง 500 ใบ และกล่องห่อบรรจุยาพารา 80 ห่อ ผลการสอบสวนพบว่า จะนำกัญชาลอตนี้ไปสกัดแปรรูปเป็นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อกระจายขายในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงจาการ์ตาและเกาะบาหลี3 กรกฎาคม 2026 กองกำลังพิทักษ์ชายแดนโปแลนด์ร่วมมือกับทางการเยอรมนีทลายเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติและข้ามทวีป เป็นกัญชาน้ำหนักเกือบ 1.2 ตัน มูลค่าในตลาดมืด 12 ล้านยูโรหรือ 450 ล้านบาท ขบวนการนี้ซุกกัญชาในตู้คอนเทนเนอร์บรรจุก้อนอิฐศิลาแลง โดยมีต้นทางมาจากประเทศไทยเช่นกันค.ศ.2026 ไต้หวันสกัดจับเฮโรอีนซึ่งมีต้นทางมาจากไทยหลายครั้ง ผู้ต้องหาที่โดนจับกุมเป็นชาวไทยหลายคน บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย และสนามบินนานาชาติของมาเลเซียก็มีการจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดที่เดินทางมาจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผู้ต้องหามีหลายสัญชาติและมีคนไทยรวมอยู่ด้วยตำรวจสิงคโปร์จับกุมผู้ต้องสงสัยที่เดินทางมาจากไทยหรือใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านยาเสพติดหลายต่อหลายครั้งเช่นกันสหประชาชาติประเมินว่ามีคนไทยและต่างชาติอยู่ในประเทศไทยใน ค.ศ.2026 จำนวน 71.6 ล้าน ข้อมูลทะเบียนราษฎรเมื่อ ค.ศ.2025 บอกว่ามีคนสัญชาติไทย 64.95 ล้าน + ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในไทยอีกประมาณ 1 ล้านมีคนเพียงส่วนน้อยที่ขนยาเสพติดข้ามชาติทำให้คนเกือบ 65 ล้านคนพลอยเหม็นไปด้วย เดินทางไปที่ไหนก็ถูกจับตามอง ถูกดูหมิ่นถิ่นแคลน และถูกปฏิบัติอย่างไม่ค่อยให้เกียรติปัจจุบันเป็นยุคของโซเชียลมีเดีย ทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือสามารถเป็นสื่อรายงานข่าวได้ มีข่าวคราวอยู่บ่อยๆว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวดองหนองยุ่งกับขบวนการยาเสพติด ที่น่าตกใจก็คือคลิปของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทย มีปาร์ตี้ยาเสพติดออกเผยแพร่อย่างโจ๋งครึ่ม มีการเต้นรำตามชายหาดหากเข้าไปดูในโซเชียลมีเดีย ท่านจะพบคลิปการใช้ยาเสพติดในฟูลมูนปาร์ตี้ หรืองานปาร์ตี้ตามชายหาดในหลายสถานที่ท่องเที่ยวของไทย ปาร์ตี้แนวเรฟ (Rave) เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (EDM Festivals) ฯลฯเราต้องแก้ไขปัญหายาเสพติดกันอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นต่อไปในอนาคต คนไทยจะเจอสถานการณ์ ‘โลกกว้าง ทางแคบ’ เดินทางไปประเทศใด พอเห็นพาสปอร์ตไทย ถูกค้นกระเป๋ากระจุยกระจาย ด้วยความสงสัยว่า เราอาจจะไปอยู่ในขบวนการยาเสพติดกับเขาด้วย.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม