ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันนี้มีฟาดแข้งกัน 2 คู่ 2 สนาม “ตราไก่” ฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 2 สมัยที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงเจอ “ลา อัลเบียร์โรญา” ปารากวัย ทีมแกร่งจากอเมริกาใต้ นัดนี้ทั้งสองทีมใส่กันยับหวังทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เกมนี้ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสจัดหนักจัดเต็มวางคีเลียน เอ็มบัปเป, อุสมาน เดมเบเล, ไมเคิล โอลิเซ, แบรดลีย์ บาร์กอลา ผนึกกำลังล่าตาข่าย คู่นี้โมโนแม็กซ์ สปอร์ต ช่อง 29 ถ่ายสด ส่วนอีกคู่ “ใบเมเปิ้ลสีแดง” แคนาดา หนึ่งในเจ้าภาพร่วม พบ “สิงโตแห่งแอตลาส” โมร็อกโก แชมป์แอฟริกาทีมล่าสุด ใครชนะจะทะลุสู่รอบควอเตอร์ไฟนอลต่อไป ขณะที่ผล “เวิลด์ คัพ 2026” เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาประ เทศไทย “กระทิงดุ” สเปน แชมป์ยูโร โชว์ฟอร์มสุดโหดไล่ถล่มออสเตรีย ขาดลอย 3-0 ตบเท้าเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอกับ “ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่ฮึดจากตามหลังกลับมาพลิกชนะ “ตาหมากรุก” โครเอเชีย ไป 2-1 ด้าน “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ บดชนะ “นักรบทะเลทราย” แอลจีเรีย ไป 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมไปยืนรอพบผู้ชนะระหว่าง โคลอมเบียหรือกานา ในวันที่ 7 ก.ค.นี้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 วันนี้เป็นรอบ 16 ทีมสุดท้ายมีฟาดแข้ง 2 คู่ 2 สนาม ไฮไลต์อยู่ที่ “ลา อัลเบียร์โรญา” ปารากวัย ทีมแกร่งจากอเมริกาใต้ พบ “ตราไก่” ฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 2 สมัยและเต็งแชมป์หนนี้ เกมนี้ฟาดแข้งกันที่ฟิลาเดลเฟีย สเตเดียม รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 3 ก.ค. เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 4 ก.ค. เวลา 04.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์, โมโนแม็กซ์ สปอร์ต ช่อง 29 ถ่ายทอดสดกุสตาโว อัลฟาโร เทรนเนอร์ปารากวัยไม่มีปัญหาใดๆรบกวนหัวใจ จะยึดผู้เล่นจากเกมโค่น เยอรมนีลงสนาม แนวรับวางกุสตาโว โกเมซ และ โจเซ กาเนเล ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แถมเกมนี้จะได้ดิเอโก โกเมซ พ้นแบนหลังสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ เกมนี้จะได้มิเกล อัลมิรอน แนวรุกตัวเก่งพ้นโทษแบนกลับมาผนึกกำลังกับฮูลิโอ เอ็นซิโซ ผนึกกำลัง ดิเอโก โกเมซ ปั้นเกมรุก แดนหน้าวาง กาเบรียล อาวาลอส ลงยืนหน้าเป้าดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือชาวน้ำหอมของทีมชาติฝรั่งเศส ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบน เกมนี้จะยึดผู้เล่นจากเกมทุบสวีเดน 3-0 ลงวาดลวดลาย แนวรับวางฌูลล์ กุนเด, ดาโยต์ อูปาเมกาโน, วิลเลียม ซาลิบา, เตโอ แอร์กนานเดซ ยืนเป็นแผงแบ็กโฟร์ อาเดรียง ราบิโอต์, ออเรเลียง ชูอาเมนี คุมจังหวะเกม อุสมาน เดมเบเล แนวรุกที่เพิ่งกดแฮตทริกหมาดๆ ผนึกกำลังไมเคิล โอลิเซ, แบรดลีย์ บาร์กอลา ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางคีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้ากัปตันทีมที่กดไป 6 เม็ดลงยืนหน้าเป้าล่าตาข่ายเหมือนเดิมเกมนี้ฝรั่งเศสเหนือกว่าหลายช่วงตัวก็จริงจะเป็นฝ่ายเดินเกมรุกกดดันเข้าใส่แบบวันเวย์ แม้ปารากวัยจะมีเกมรับที่เหนียวแน่น มีจังหวะโต้กลับที่ค่อนข้างอันตราย แต่ด้วยฟอร์มแนวรุกของ “ตราไก่” ชั่วโมงนี้ท็อปฟอร์มสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเอ็มบัปเป,เดมเบเล, โอลิเซ, บาร์กอลา น่าจะช่วยกันยิงพา “เลอ เบลอส์” เก็บชัยชนะไปได้ไม่ยากอีกคู่ “ใบเมเปิ้ลสีแดง” แคนาดา หนึ่งในเจ้าภาพร่วมลงสนามพบกับ “สิงโตแห่งแอตลาส” โมร็อกโก แชมป์แอฟริกาทีมล่าสุด เกมนี้หวดแข้งกันที่ฮิวส์ตัน สเตเดียม รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 3 ก.ค. เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 4 ก.ค. เวลา 00.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสดเจสซี มาร์ซ กุนซือทีมชาติแคนาดาเจ้าถิ่น จะไม่มีอิสมาเอล โคเน ที่เจ็บยังไม่ฟื้น เกมนี้จะได้ อัลฟอนโซ เดวีส์ กัปตันทีมฟิตสมบูรณ์กลับมาออกสตาร์ตตัวจริงคุมแนวรับร่วมกับลุช เด ฟูเกอโรลเลส, เดเรค คอร์เรลิอุส และอลิสสแตร์ จอห์นสตัน อีกครั้ง แดนกลางสตีเฟน ยุสตากิโอ ฮีโร่ผู้ยิงประตูชัยในเกมที่แล้วผนึกกำลังทายอน บูชานาน, นาธานซาลิบา, เลียม มิลลาร์ ขับเคลื่อนเกมกลางสนาม แดนหน้าวาง โจนาธาน เดวิด ผนึกกำลังไซล์ ลาริน ลงล่าตาข่ายโมฮัมเหม็ด อูอาห์บี เฮดโค้ชทีมชาติโมร็อกโก ไม่มีปัญหาจัดทัพ จะยึดผู้เล่นจากเกมชนะจุดโทษ เนเธอร์แลนด์ 3-2 แนวรับมีอัชราฟ ฮาคิมี กัปตันทีมคุมแนวรับร่วมกับอิสซา ดิย็อป, ซาดี ริอัด และ นุสแซร์ มัสซารอวี แดนกลาง อายยูบ บูอาดี, นีลเอล อัยนาอุย คุมจังหวะเกม บราฮิม ดิอาซ ผนึกกำลัง อิสมาแอล ไซบารี, บิลลาล เอล คลานุส ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางอายุบ อัล คาบี ลงยืนหน้าเป้าแคนาดาได้เปรียบพอสมควรเรื่องเสียงเชียร์ แต่ถ้าวัดกันที่ขุมกำลังโมร็อกโกเหนือกว่าพอสมควร รูปเกมทั้งสองทีมจะเปิดเกมแลกกันตลอดทั้งเกม แม้ว่าทัพ “ใบเมเปิ้ลสีแดง” จะมีแรงฮึดจากเสียงปลุกเร้าในสนาม แต่จังหวะเข้าทำทีเด็ดทีขาดต้องยกให้ “สิงโตแห่งแอตลาส” ที่มีจังหวะเด็ดขาดกว่าจะเบียดเข้าวินไปในท้ายที่สุดขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีม คู่แรกลงเตะเมื่อเวลา 02.00 น. ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย “กระทิงดุ” สเปน แชมป์ยูโร 2024 ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องไล่ถล่ม “เดอะ บอยส์” ออสเตรีย ขาดลอย 3-0 ได้ประตูจากมิเกล โอบาร์ซาบัล นาทีที่ 36, 89 และ เปโดร ปอร์โร นาทีที่ 66 จากชัยชนะในเกมนี้ ทำให้ทัพ “ลา โรฆา” ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จอีกคู่ที่น่าสนใจ “ฝอยทอง” โปรตุเกส ทีมแกร่งจากยุโรป พบกับ “ตาหมากรุก” โครเอเชีย เพื่อนร่วมทวีป เกมนี้ใครชนะจะผ่านเข้ารอบไปเจอ สเปนที่เพิ่งเอาชนะออสเตรียมาหมาดๆเปิดฉากมาทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันทันทีแต่ยังทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรกเสมอ 0-0 แต่เริ่มครึ่งหลังไม่นาน นาทีที่ 53 อิวาน เปริซิช ยิงให้ โครเอเชีย ขึ้นนำก่อน 1-0 แต่นาทีที่ 68 คริสเตียโน โรนัลโด กัปตันทีมซัดจุดโทษให้โปรตุเกสตามตีเสมอ 1-1 จากนั้นช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมพยายามจะยิงประตูชัยให้ได้ แต่เจาะไม่เข้าจนเกมเดินมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 4 กอนซาโล รามอส โหม่งบอลเข้าตุงตาข่ายให้ “ฝอยทอง” ขึ้นนำ 2-1 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 13 โจสโก กวาร์ดิโอล ปราการหลังโครแอตส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายตีเสมอ 2-2 แต่ “วีเออาร์” ตรวจเช็กและริบประตูคืน เนื่องจากมีผู้เล่น “ตาหมากรุก” ล้ำหน้าไปก่อน ทำให้จบเกม โปรตุเกสชนะโครเอเชียไปหวุดหวิด 2-1 ตบเท้าผ่านเข้ารอบ 16 ทีมไปเจอกับสเปน ในวันจันทร์ที่ 6 ก.ค.นี้คู่สุดท้ายของวัน “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ทีมแกร่งจากยุโรปบดเอาชนะ “นักรบทะเลทราย” แอลจีเรียจากแอฟริกาไป 2-0 เจ้าถิ่นได้ประตูจาก บรีล เอ็มโบโล นาทีที่ 10 และแดน เอ็นดอยนาทีที่46 จากชัยชนะเกมนี้ทำให้สวิสผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปรอพบผู้ชนะระหว่างโคลอมเบียหรือกานา ในวันที่ 7 ก.ค.นี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่