เหตุการณ์สหรัฐฯและตะวันออกกลาง+การกระดิกพลิกตัวของมากมายหลายประเทศที่มีผู้นำพาคณะไปน้อมคารวะผู้นำจีนและรัสเซีย+การเดินทางของประธานาธิบดีจีนไปเกาหลีเหนือ ทำให้ไลน์ไอดี @ntp59 ซึ่งมีเพื่อนอยู่มากถึง 71,181 คน ส่งข้อความมาถามไถ่ ส่วนใหญ่จะขอให้ทำนายทายทักถึงโลกเราใบนี้ในค.ศ.2030 (หรืออีก 4 ปีข้างหน้า)ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ยากเหมือนกันนะครับ ที่จะทำนายทายทักอนาคตโลก เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ประเทศต่างๆมี ทำให้โลกเคลื่อนไหวรวดเร็วและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างคาดไม่ถึงอยู่ตลอดเวลาทว่า มีบางสิ่งที่พอทำนายทายได้อย่างกว้างๆ ก็คือ ค.ศ.2030 เราจะอยู่ในโลกที่ “อำนาจไม่ได้รวมศูนย์อยู่ที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง” เหมือนในอดีตที่ ทว่าจะเป็นโลกหลายขั้วอำนาจที่แข่งขันกันด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การทหาร พลังงาน อาหาร และข้อมูลข่าวสารหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯเป็นผู้นำโลกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเงินดอลลาร์ กองทัพ เทคโนโลยี สื่อ การศึกษา และระบบการเงินระหว่างประเทศ ล้วนอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯทั้งสิ้นค.ศ.2030 สหรัฐฯจะยังคงเป็นมหาอำนาจอันดับต้นของโลก แต่จะไม่สามารถสั่งการโลกได้ฝ่ายเดียวเหมือนในอดีตมหาอำนาจ 5 อันดับแรกของโลกใน ค.ศ.2030 น่าจะประกอบด้วย สหรัฐฯ จีน อินเดีย สหภาพยุโรป และรัสเซีย ในบางมิติอาจจะต้องรวมญี่ปุ่น ตุรกี หรือซาอุดีอาระเบีย เข้ามาเป็นผู้เล่นสำคัญด้วยอิทธิพลของสหรัฐฯก็ไม่ได้หายไปอย่างฉับพลันทันที สหรัฐฯยังคงเหนือกว่าทั้งด้านเทคโนโลยี การทหาร และเงินทุน ส่วนจีนจะแข็งแกร่งขึ้นทางด้านอุตสาหกรรม การค้า โครงสร้างพื้นฐาน และกำลังผลิตอินเดียจะมาแรงในเรื่องประชากรและทรัพยากรมนุษย์ด้านไอที ดิจิทัล แรงงานวัยหนุ่มสาวของอินเดียจะขยับขับเคลื่อนสาธารณรัฐที่เคยยากจนติดอันดับโลกแห่งนี้ ให้มาอยู่ที่แถวหน้าของเวทีระหว่างประเทศสหภาพยุโรปจะอ่อนล้า อ่อนแรง ภายในสหภาพยุโรปจะวุ่นวายขายปลาช่อนด้วยปัญหาผู้อพยพ ความขัดแย้งย่อยทางด้านศาสนาจะปะทุตามจุดต่างๆ อย่างไรก็ตาม การสะสมองค์ความรู้และความมั่งคั่งมายาวนาน สหภาพยุโรปยังพอมีอำนาจและจุดเด่นในเรื่องกฎหมาย เทคโนโลยีสีเขียว และตลาดขนาดใหญ่รัสเซียแม้จะไม่เด่นดัง เศรษฐกิจไม่ปังเท่าสหรัฐฯหรือจีน แต่รัสเซียก็ยังมีอิทธิพลเพราะมีอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมาก มีทรัพยากรและพลังงานมากที่สุดในโลก รวมทั้งมีอิทธิพลทางด้านการทหารเพื่อนไลน์ไอดี @ntp59 หลายท่านถามถึงความสำคัญของเงินดอลลาร์ ว่ายังจะเป็นอภิพญามหาราชาของโลกอยู่หรือไม่ขออนุญาตตอบสั้นๆครับว่า อ้า “ยังเป็นครับ” แต่ดอลลาร์จะไม่ครองโลกอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหรืออย่างไร้คู่แข่งเหมือนในอดีตดอลลาร์สหรัฐฯยังคงเป็นสกุลเงินหลักทางด้านการค้า การเงิน และทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะระบบธนาคาร ตลาดทุน และความเชื่อมั่นของโลกยังระโนงโยงเยงผูกกับสหรัฐฯอย่างลึกซึ้งแต่ขณะเดียวกัน มีหลายประเทศเริ่มพยายามลดการพึ่งพาดอลลาร์มากขึ้น จีนใช้เงินหยวนในการค้ากับหลายประเทศ แม้แต่รัสเซีย อินเดีย อิหร่าน และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งก็กำลังกระเสือกกระสนดิ้นรนหาช่องทางชำระเงิน “นอกระบบดอลลาร์” กันมากขึ้นมีคนพูดกันเยอะเรื่องดอลลาร์จะเป็นเงินกงเต็กหรือเป็นกระดาษชำระ นี่เป็นกระแสที่มาแรงแกงไก่ไข่เค็ม แต่สำหรับผมขอเรียนครับว่า อ้า การล้มดอลลาร์ไม่ใช่เรื่องง่ายเงินตราไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่น เสถียรภาพ กฎหมาย ตลาดทุน และความสามารถในการเปลี่ยนเงินได้อย่างเสรี บางท่านอาจจะตะโกนสวนถามว่า อ้า แล้วเรื่องเงินหยวนล่ะผมว่าเงินหยวนของจีนยังติดข้อจำกัดเรื่องการควบคุมเงินทุน ส่วนเงินของประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นเงินจ๊าดของพม่า หรือว่าเงินเรียลของเขมร หรือเงินเย็นของญี่ปุ่น ยังไม่มีระบบอะไรใหญ่โตที่จะไปเทียบกับเงินดอลลาร์ได้ตอบอย่างเข้าใจได้ง่ายขึ้น ค.ศ.2030 ดอลลาร์ยังเป็นราชา ทว่าเป็นราชาที่ต้องระวังบัลลังก์มากขึ้นสรุปนะครับว่าประเทศที่จะรุ่งใน ค.ศ.2030 จะต้องมี 5 สิ่งสำคัญคือ ประชากรวัยทำงาน เทคโนโลยี พลังงาน ความมั่นคงด้านอาหาร และเสถียรภาพทางการเมือง.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม