นับเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งที่สร้างผลกระทบอย่างหนักต่อประเทศ “ยูเครน” หลังเผชิญกับความขัดแย้งกับรัสเซีย ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาแถมทิศทางยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นโยบายของชาติพันธมิตร “ไม่นิ่ง” จึงจำเป็นที่หน่วยงานทุกภาคส่วนต้องมีการขยับ ซึ่งเป็นที่มาของกิจกรรมนัดสื่อมวลชนไทย เข้าหารือแลกเปลี่ยน เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมมองว่าไทยมีความยึดมั่นต่อกฎหมายระหว่างประเทศ“วิกเตอร์ เซเมนอฟ” อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย ขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตลอด 4 ปี แม้จะอยู่คนละภูมิภาคโลก อยากให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันมากขึ้น พร้อมมองว่าไทยมีความยึดมั่นต่อกฎหมายระหว่างประเทศตลอดมาสงครามมีทิศทางเช่นไร อุปทูตชี้แจงว่า การโจมตีของรัสเซียด้วยขีปนาวุธและโดรนพิฆาตได้ขยายวงกว้างครอบคลุมทั่วภูมิภาค ในช่วงสัปดาห์ปลายเดือน พ.ค. มีการโจมตีเกือบ 1,800 ครั้ง มีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และรัสเซียยังมีเป้าหมายคงเดิมคือการทำลายความเป็นรัฐยูเครนแน่นอนว่ายูเครนต้องการสันติภาพ ต้องการยุติสงคราม แต่เป็นไปใต้เงื่อนไขการเคารพอธิปไตยและความเป็นปึกแผ่นของดินแดนยูเครน ในจุดนี้มีคำถามว่า คำว่า “ประนีประนอม” ของยูเครนคืออะไร ซึ่งอุปทูตเซเมนอฟกล่าวว่า ยูเครนมีความพร้อมที่จะหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไข และมีผลบังคับใช้ในทันทีแต่ทั้งหมดทั้งปวง จะต้องไม่แลกมาด้วยการสูญเสียเอกราช หรืออธิปไตยของประเทศ ชาวยูเครนล้วนต้องการสันติภาพ แต่จะไม่มีวันยอมรับคำขาดจากรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถอนกำลังทหารออกจากดินแดนบางส่วน หรือยอมรับ “ดินแดน” ที่ถูกรัสเซียยึดครองไปเป็นการ “ชั่วคราว”.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม