“สถานการณ์ความขัดแย้งยูเครนในปัจจุบันนี้ ถือเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยอุปสรรค เนื่องจากไม่ได้เป็นเพียงการเผชิญหน้าระหว่างยูเครนและรัสเซียเท่านั้น”“เรดิโอน มิโรชนิก” เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย และอดีตรัฐมนตรีกิจการต่างประเทศ ใน “ลูกานสก์” จังหวัดใหม่ของรัสเซีย กล่าวเปิดสนทนาในการสัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าวต่างประเทศหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงความคืบหน้าของสงคราม ที่ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแม้เวลาจะผ่านไปแล้วกว่า 4 ปี ยูเครนในวันนี้เปรียบเสมือนโปรแกรมหรือเครื่องจักรของ “กลุ่มประเทศ” ที่ต้องการทำให้รัสเซียอ่อนแอ หรือต้องการให้รัสเซียประสบกับความปราชัยอย่างย่อยยับ เป็นเรื่องยากที่จะมองว่ายูเครนเป็นชาติที่มีอธิปไตยของตัวเองหรือเป็นตัวละครอิสระอีกต่อไป ในเมื่องบประมาณชาติกว่า 50% มาจากต่างประเทศขีดความสามารถของกองทัพยูเครนกว่า 80-90% มาจากชาติยุโรปหรือประเทศอื่นๆ และเอาเข้าจริงแล้วกลุ่มประเทศในยุโรปก็มองยูเครนเหมือนกับบริษัทเอกชนด้านความมั่นคง สั่งให้ยูเครนทำสงครามเพื่อผลประโยชน์ของพวกนั้น โดยไม่ใส่ใจถึงเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชน หรือข้อกังวลด้านความชอบธรรมแต่อย่างใดสิ่งที่น่าวิตกกังวลขณะนี้ คือรูปแบบของการสู้รบที่กำลังเปลี่ยนไป เป้าหมายของรัสเซียยังคงเดิมคือการลดขีดความสามารถของกองทัพฝ่ายตรงข้าม ไม่ให้เหลือความเป็นภัยคุกคาม แต่สำหรับยูเครนดูเหมือนว่ากำลังไปในทิศทางที่ทำให้ความขัดแย้งครั้งนี้กลายเป็นสงครามก่อการร้ายตอบได้เต็มปากในฐานะคนที่ไปลงพื้นที่แนวหน้าและหลังแนวรบในจังหวัดใหม่ของรัสเซีย ว่าการโจมตีต่อเป้าหมายพลเรือนได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และ “โดรนพิฆาต” คือสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดความสูญเสีย น่าจะเคยเห็นจากคลิปวิดีโอหลักฐานมาแล้วว่า โดรนมีทั้งแบบที่หย่อนระเบิด แบบที่เป็นระเบิดพุ่งชน หรือโดรนพิฆาตที่ติดหัวรบระเบิดและมีปีกเหมือนเครื่องบินซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับลูกปืนใหญ่หรือจรวดมิสไซล์ นับตั้งแต่ปี 2565 มีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บไปมากกว่า 29,000 คน แต่หากนับย้อนไปตั้งแต่ปี 2557 นั้น มีเหยื่อมากกว่า 44,000 คนการลง พื้นที่รวบรวมข้อมูลตลอดปี 2568 ยังพบว่ามีโรงพยาบาล ประมาณ 100 แห่งได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายด้วยโดรนพิฆาต มีเจ้าหน้าที่การแพทย์ตกเป็นเป้าหมายกว่า 150 คน รถพยาบาลถูกโจมตีเสียหายหรือพังยับเยินกว่า 60 คัน ข้ามมาปี 2569 นี้ มีเจ้าหน้าที่การแพทย์ตกเป็นเหยื่อกว่า 40 คน ในจำนวนนี้ เสียชีวิต 15 คนปัญหายังมาจากการใช้โดรนแบบไร้ขอบเขต ในระยะหลัง ฝ่ายควบคุมโดรนมีทั้งวัยรุ่น ผู้หญิง หรือทหารรับจ้างต่างชาติ บังคับโดรนเหมือนกับเกมไม่มีการแยกแยะเป้าหมาย ที่ถามว่าจริงไหมที่ทหารรัสเซียบางหน่วยมีคำสั่งไม่ให้จับคนบังคับโดรน แต่ให้นำตัวไปยิงทิ้งสถานเดียว เรื่องนี้ผมไม่เคยได้ยินนะ แต่ฟังแล้วก็เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ ส่วนคำให้การจากเชลยทหารหญิงยูเครนยังมีการยืนยันว่าถูกสั่งให้เน้นโจมตีชาวบ้านแถมเทคโนโลยียังเปลี่ยนไปเดือนต่อเดือน มีโดรนปัญญาประดิษฐ์ AI ที่เลือกเป้าแบบอัตโนมัติแล้ว ยูเครนกำลังกลายเป็น “สนามทดสอบอาวุธ” อย่างดีของกลุ่มประเทศที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง โดยมีจังหวัดที่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงที่สุดคือเบลโกรอด ตามด้วยจังหวัดเคียร์ซอน ตลอดแนวแม่น้ำนีเปอร์จากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ สหภาพยุโรปเพิ่มอัดฉีดเงินกู้ให้ยูเครนอีก 90,000 ล้านยูโร หรือกว่า 3.4 ล้านล้านบาท ยูเครนมีผู้นำที่เป็นนักแสดงตลกมืออาชีพ ไม่ใช่สายการเมืองหรือกองทัพ และกำลังเล่นไปตามบทบาท ในขณะเดียวกัน นานาชาติก็พยายามเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยเสนอแนวทางหย่าศึก มีข้อเสนอจากจีน บราซิล อินเดีย หรือกระทั่งสหรัฐอเมริกา แต่ทางยุโรปก็ไม่เคยมีอะไรแบบนี้มา มีแต่ความหวังว่ารัสเซียจะต้องอ่อนแอเมื่อถามว่าทำไมผู้นำยูเครนยังมีชีวิตอยู่ดี ทูตมิโรชนิกมองหน้าทีมข่าวสักพัก ก่อนยิ้มเล็กน้อยและตอบว่า โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี คือผู้นำประเทศ คนที่มีสติปัญญามีความคิดย่อมมีความรับรู้ว่า ผู้นำประเทศจำเป็นต้องรักษาไว้ให้อยู่รอดปลอดภัย เพื่อเปิดช่องทางความเป็นไปได้ในการเจรจาสันติภาพ ลองให้กระบวนการทางการทูตทำงานดูก่อน อาจมีความสำเร็จเกิดขึ้นได้ ลองมาวางทิศทางหย่าศึกกันดูก่อน แม้ว่าประสบการณ์ของรัสเซียที่ผ่านมาจะต้องเจอกับความผิดหวัง ตอนนี้ก็เหมือนกัน พอยูเครนได้เงินยุโรปไปแล้ว สักพักคงมาบอกว่าไม่ต้องการเจรจาในชีวิตของผมพบเห็นความสูญเสียมามากมาย จึงมีความพร้อมที่จะพูดคุยเจรจากับใครก็ได้เพื่อหาหนทางยุติการหลั่งเลือด ถามว่าอีกฝ่ายเชื่อใจได้หรือไม่ ผมมองว่าคำว่า “เชื่อใจ” (Trust) เป็นคำที่ไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไรในเรื่องกระบวนการเจรจาต่อรองสิ่งสำคัญของการเจรจาคือเรื่องของ “รายละเอียด” รายละเอียดของข้อตกลงจะออกมาแบบไหน มีกลไกอะไรมากำกับดูแลให้ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ พร้อมคิดเผื่อไว้ด้วยว่า หากมีการเล่นแง่เกิดขึ้นแล้วจะมีอะไรมาป้องกัน คำถามสำคัญ ณ ที่นี้คือในเมื่อต่างฝ่ายต่างยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง แล้วจะมีอะไรที่พอมาสอดประสานกันได้ สร้างจุดร่วมด้วยกันได้ ยิ่งจูนกันได้ใกล้มากขึ้นเท่าไร การยับยั้งยุติรบราฆ่าฟันก็ยิ่งใกล้ความจริงไปมากขึ้นเท่านั้น.ทีมข่าวต่างประเทศอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่