การเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งครั้งล่าสุด ของ “วลาดิเมียร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี การลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพ ความร่วมมือ และการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ระหว่างรัสเซีย-จีน ถูกนักวิเคราะห์ทั่วโลกมองว่า แก่นแท้ของการหารือกับ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน ในครั้งนี้ คือการปลดล็อก โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ “Power of Siberia 2” ที่คาราคาซังมานานโครงการดังกล่าวเป็นระบบ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติระยะทาง 2,600 กิโลเมตร ออกแบบมาเพื่อลำเลียงก๊าซธรรมชาติปริมาณมหาศาลถึง 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จากแหล่งก๊าซในคาบสมุทรยามัล เขตอาร์กติกของรัสเซีย ส่งตรงวิ่งตัดผ่านประเทศมองโกเลียเข้าสู่จีน โดยจะเสริมกำลังให้กับโครงข่ายเดิมอย่าง “Power of Siberia 1” เพื่อเพิ่มสัดส่วนการส่งออกก๊าซไปยังเอเชีย ทดแทนการสูญเสียลูกค้าในยุโรป หลังถูกคว่ำบาตรจากการบุกยูเครน ขณะที่เมื่อปีที่ผ่านมาได้จัดส่งก๊าซจากรัสเซียไปยังจีนไปแล้วถึง 38,000 ล้านลูกบาศก์เมตรที่ผ่านมา บริษัท ก๊าซพรอม (Gaz prom) ของรัฐบาลรัสเซีย ผู้รับผิดชอบการก่อสร้างพยายามเร่งรัดโครงการ ตั้งเป้าปิดดีลให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ย.นี้ ยังมีการ ลงนามในบันทึกความเข้าใจด้านการจัดหาก๊าซที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย 30 ปี เมื่อเดือน ก.ย.2568 แต่ฝั่ง จีนกลับสงวนท่าทีและแสดงความลังเล เนื่องจากข้อตกลงเรื่องสูตรราคายังไม่ลงตัว อีกทั้งยังมองว่าโครงการขนาดยักษ์เช่นนี้ต้องใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 8-10 ปี ส่งผลให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับล่าสุดของจีนระบุถึงโครงการนี้เพียงแค่เป็นงานใน “ระยะเริ่มต้น” เท่านั้นอย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในอิหร่าน จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้กลายเป็นปัจจัยเร่งและโอกาสครั้งใหม่ของรัสเซีย ทำให้จีนหันมาให้ความสนใจต่อการจัดหาพลังงานทางบก รวมถึงเส้นทางเดินเรืออาร์กติกสายเหนือเพื่อกระจายความเสี่ยงปัจจุบันการนำเข้าก๊าซผ่านท่อส่งของจีนเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มียอดนำเข้าสูงถึง 59.4 ล้านตัน (คิดเป็น 19% ของการบริโภคในประเทศ) ผ่าน 5 เส้นทางหลัก คือ สายเอเชียกลาง 3 เส้นทาง สายใต้เมียนมา–จีน และ สายตะวันออกไกลจากเกาะซัคคาลิน ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของรัสเซียเข้าสู่จีน จากนี้คงต้องรอดูว่าการเยือนจีนครั้งที่ 25 ของปูตินครั้งนี้จะสามารถปิดดีลนี้ได้สำเร็จหรือไม่.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม