“อนุทิน” ประชุมเวิร์กช็อป ผวจ.-ผบก.ภ.จ.ทั่วประเทศ ขันนอตงานความมั่นคง ขอเพิ่มภารกิจ “พิฆาตยาเสพติด-พิชิตอันธพาล” สั่งลุยล้างภัยคุกคามเต็มสูบ ยัน รบ.รับแทนหมดไม่มีโยน โต้ข้อกล่าวหาดึงฟ้าต่ำ ร่วมประชุมกับคณะองคมนตรี ยันแค่นำเสนอข้อมูลไม่ใช่ประชุมสั่งการ หยัน “เท้ง” ไม่รู้เลยเรื่องบริหารประเทศ แค่นจะมาวิจารณ์ “ณัฐพงษ์” ติงอย่าห้อยโหนสถาบันฯลงมาต่ำ หน้าที่นายกฯต้องดันฟ้าขึ้นสูง เฉ่งร่าง รธน.ฉบับภท.ครอบงำผูกขาด ไม่ยึดโยง ปชช. “นิกร” สวนยึดแต่ความเชื่อ กล่าวหาไม่ถูกต้อง ยัน ภท.ดีไซน์โมเดล ส.ส.ร.ให้ไม่ขัดคำวินิฉัยศาล รธน. โต้ “เนวิน”ไม่เคยชี้นำยกร่าง ตอกถ้าถูกฟ้องแล้วอย่ามาบ่นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดทำเนียบรัฐบาลประชุมเวิร์กช็อป ผวจ. 76 จังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 76 จังหวัด (ผบก.ภ.จ.) พร้อมผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคงกำชับมอบนโยบายส่งเสริมความมั่นคง ให้สังคมไทยปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบนายกฯเวิร์กช็อป ผวจ.—ผบ.ภ.จ.เมื่อเวลา 09.17 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ รวมถึง รมช.มหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผบ.ตร. ผวจ. 76 จังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 76 จังหวัด ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้บริหารกรุงเทพฯ ผู้บริหารเมืองพัทยาและหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วม นายอนุทินดูรถโมบายตำรวจท่องเที่ยว และรถโมบายสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง มท.ที่มาให้บริการทำบัตรประชาชนเคลื่อนที่ ก่อนกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่ง ว่า ยินดีมากที่ได้เห็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน 2 หน่วยงานหลัก คือ มท.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สะท้อนออกมาคือความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงซับซ้อน รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมความมั่นคงให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ และขอให้ทำงานจริงจัง อย่าทำเป็นพลุตะไล มีเหตุการณ์ เกิดขึ้นมา มีกระแส มีข่าวแล้วเราไปตอบสนองเป็นครั้งๆ อยากให้ทุกท่านได้วางแผนล่วงหน้าปราบปรามและป้องกันอาชญากรรมเหล่านี้อย่างมั่นคง ยั่งยืนและต่อเนื่องขอเพิ่ม “พิฆาตยาเสพติด—พิชิตอันธพาล”นายอนุทินกล่าวว่า หน้าที่เราคือดูแลประชาชน ต้องห่วงใยและรู้สึกเจ็บปวดที่ได้เห็นประชาชนถูกรังแกและถูกคุกคาม บำบัดทุกข์ บำรุงสุข คือสโลแกนของ มท.และสโลแกนพิทักษ์สันติราษฎร์ของตำรวจ ขอเพิ่มนิดเดียว พิฆาตยาเสพติดและพิชิตอันธพาล เราต้องปราบปรามผู้มีอิทธิพล อาวุธปืนบุคคลทั่วไปไม่สามารถพกได้ผิดกฎหมาย หากพบต้องจับ คงไม่มีรัฐบาลชุดไหนกลับมาให้ประชาชนพกปืนอีก พวกอยู่เหนือกฎหมายมักเป็นโรคความจำเสื่อม เวลาพวกท่านไปจับกุมชอบถามว่าคุณรู้ไหมว่าผมเป็นใคร ไม่ต้องรู้ว่ามันเป็นใคร จัดการปราบปรามให้สิ้นซาก ไม่ต้องกังวลเรื่องการเมือง ให้คำยืนยันเลยว่าจะไม่มีรัฐมนตรีท่านไหนบอกว่าฟังนายกฯพูดไปแล้วไม่ต้องทำตาม ลุยได้เลย สิ่งที่ทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ถ้าจะมีอะไรขึ้นมา รู้สไตล์การทำงานรัฐบาลชุดนี้ดี รับแทนหมดไม่มีโยน ถ้าท่านทำล้มเหลวคือความล้มเหลวของรัฐบาลเช่นกัน เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากบันดาลความสำเร็จให้เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างจริงจัง เราจะทำงานด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่พึงพอใจของประชาชนเจ้านายของเราต่อมานายอนุทินลงจากตึกไทยคู่ฟ้ามาร่วมทานอาหารกลางวันกับผู้เข้าร่วมประชุม ที่โถงกลางตึกสันติไมตรี นั่งร่วมโต๊ะกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผบ.ตร. นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายกฯยังได้หยิบพระเครื่องของนายพิพัฒน์ขึ้นมาส่องพร้อมพูดคุยกันอย่างสนุกสนานป้อง “เฮ้ง” เป็นคนใช้ได้แค่พูดผิดเวลาจากนั้นเวลา 15.14 น. นายอนุทินรับฟังการนำเสนอสรุปผลการประชุมก่อนกล่าวปิดการประชุมสรุปว่า บทสรุปหนึ่งคือการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนสนับสนุนแจ้งเบาะแส เพราะไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ที่ข้าราชการไทยทำเพื่อประชาชนไม่ได้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ เอกซเรย์ผู้มีอิทธิพล แต่ตนเห็นต่าง ผู้มีอิทธิพลไม่ใช่คนไม่ดี ทุกคนในห้องนี้มีอิทธิพลทางความคิดและรูปแบบการทำงาน ถึงบอกว่าให้ยิงไปตรงๆคนเหล่านี้ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล คนเหล่านี้คืออันธพาล ไม่ใช่นักเลง เพราะนักเลงคือคนเปิดเผยจริงจัง จริงใจตรงไปตรงมา แต่อันธพาลไม่ต้องสงสัย ไม่ใช่คนดีแน่นอน เรื่องที่ดินทำกินต้องไปคุยต่อกับ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ จากนั้นนายอนุทินพูดติดตลกว่า “เดี๋ยวต้องติดต่อไปทางนายสุชาติ (รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ) เรายังไม่รู้จักเขาน้อยไปหรอกครับ ผมรู้จักเขามากพอสมควร เป็นคนใช้ได้ เป็นนักเลง บางทีพูดผิดเวลานิดหน่อยเท่านั้นเอง และได้ขอโทษคู่กรณีกันแล้ว”โต้ดึงฟ้าลงต่ำฉะ “เท้ง” แค่นวิจารณ์ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาชน (ปชน.)วิพากษ์วิจารณ์บทบาทองคมนตรีที่ร่วมประชุมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ไม่เหมาะสม ให้นายกฯทบทวนว่า เป็นสิ่งที่ดำเนินการมาเกือบ 10 ปีแล้ว เป็นเรื่องปกติไม่ได้ประชุมอะไร เป็นการนำเสนอผลการดำเนินงาน เชื่อว่าคณะองคมนตรีแต่ละท่านต้องไปรับผิดชอบดูแลประชาชนแต่ละภูมิภาค ท่านมาขอและมารับทราบข้อมูล ท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงในแวดวงราชการมาก่อน ถือเป็นเรื่องปกติ อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ดีด้วยที่ได้นำเสนอ และรับฟังความเห็นของผู้ที่มีประสบการณ์ล้นเหลือ เมื่อถามว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าไม่อยากให้นายกฯดึงฟ้าต่ำ นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่เคย มีแต่คนพูดเท่านั้นมั้ง พยายามอยู่เรื่อย เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้น อย่าไปสนใจในเรื่องโวหารและเจตนารมณ์ ประชาชนเข้าใจดีว่าเขาทำเรื่องนี้เพื่ออะไร ความเห็นทั้งหมดที่พูดมาผิดหมด มันไม่ใช่การประชุม ไม่ได้เป็นการสั่งการ ไม่ได้ก้าวก่ายการทำงานของแต่ละภาคส่วน แค่นี้ยังไม่รู้เลยว่าการบริหารประเทศทำอย่างไร แล้วมาแค่นจะวิพากษ์วิจารณ์ แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาและวุฒิภาวะ”เมินขุดเขากระโดงไล่กระตุกขานายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ว่าทุกอย่างเป็นไปตามเอกสาร ให้ไปดูในเอกสารยืนยัน ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินตรงนั้น เมื่อได้รับความไว้วางใจจากชาวบุรีรัมย์ เลือกพรรค ภท.เข้ามาได้บริหารราชการแผ่นดิน การที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตรงนั้นเป็นสิทธิ์ของตน ไม่ได้ผิดกฎหมาย ไม่ได้ผิดศีลธรรม และไม่ได้ผิดจรรยาบรรณใดๆ เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าประเด็นนี้จะกระตุกแขนกระตุกขา นายอนุทินกล่าวว่า “กระตุกผมน่ะเหรอ กระตุกจนมาอยู่ตรงนี้ กระตุกจนมาอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลนี่แหละครับ”ถก “มาครง” ดึงนักลงทุนฝรั่งเศสนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสในวันที่ 21-27 พ.ค. ว่าเป็นโอกาสดีได้พบผู้ประกอบการนักลงทุนฝรั่งเศสที่มาลงทุนในไทย และนายเอมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เชิญไปหารือในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ถือว่าให้ความสำคัญกับประเทศไทย แม้ไม่ใช่การเยือนอย่างเป็นทางการ แต่การหารืออาจมีผลสำเร็จมากกว่าเจอเป็นทางการ ได้เชิญนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯ ที่มีภารกิจที่นั่นอยู่แล้วให้เข้าร่วม ยังมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศร่วมสรุปการหารือแจกจ่ายงานต่อ เป้าหมาย มีหลายเรื่องทั้ง AI พลังงาน การเพิ่มมูลค่าทางการค้า ความพร้อมเป็นฐานการลงทุนของนักลงทุนฝรั่งเศส แลกเปลี่ยนสินค้า เพราะฝรั่งเศสเป็นผู้นำด้านแฟชั่น การเพิ่มมูลค่า วัตถุดิบหลายอย่าง ภูมิปัญญาคนไทยไม่แพ้ใคร ยังมีเรื่องอาหารไปเวทีโลก ส่วนเรื่องกัมพูชาหากสอบถามมาพร้อมตอบเต็มที่ในการหารือ มีอะไรจะได้ชี้แจงให้ประชาคมโลกรับทราบ ฝรั่งเศสมีความสำคัญในประชาคมโลก“นิกร” โวยกล่าวหา ภท.ผูกขาดแก้ รธน.ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.แถลงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.ระบุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรค ภท.ผูกขาดการแก้รัฐธรรมนูญไว้ที่พรรคใดพรรคหนึ่งว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านบอกไม่มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยตรง หากเสนอเนื้อหาดังกล่าวรัฐธรรมนูญก็ถูกคว่ำอีก เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ให้เลือกจากประชาชนโดยตรง ฝ่ายค้านอาจเสนอเพื่อให้มีภาพทางการเมือง ว่าได้เสนอแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่ประสงค์ต่อผลสำเร็จของร่าง แต่พรรค ภท.ประสงค์ให้แก้รัฐธรรมนูญสำเร็จในรัฐบาลนี้ จึงดีไซน์ให้ประชาชนสมัครเข้ามาให้รัฐสภาเป็นคนเลือก มีหน้าที่ดำเนินการตามคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ การระบุ ส.ส.ร.จะเป็นสีน้ำเงิน ขอเรียนว่าการใช้กลไกรัฐสภาแบ่งตามจำนวน สส.แต่ละพรรค เป็นลักษณะเสียงข้างมาก พรรคแกนนำรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากย่อมได้มากกว่าไม่เช่นนั้นจะเป็นรัฐบาลทำไม เป็นหลักการที่แฟร์ รับประกันว่าไม่มีสีใดสีหนึ่งเฉพาะ รายละเอียดอื่นค่อยไปว่าในชั้นกรรมาธิการ การกล่าวหา สว.เป็นสีน้ำเงินเป็นความเชื่อ กล่าวแบบไม่ถูกต้องยัน “เนวิน” ไม่อยู่เบื้องหลังยกร่างนายนิกรกล่าวถึงกรณีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาฯ ระบุควรให้นายเนวิน ชิดชอบและครอบครัวมาร่างรัฐธรรมนูญเองว่า ยืนยันว่าไม่มีสักคำเดียวที่นายเนวิน โทร.มาหาคนในพรรค ภท. ที่ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวหาให้เสียหายลักษณะนี้ เดี๋ยวก็โดนฟ้องอีก พอถูกฟ้องก็บ่น ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้ยกร่าง ยืนยันไม่มีการมาถามขอดูร่างหน่อย เป็นผู้นำฝ่ายค้านควรพูดจามีหลักเกณฑ์ เมื่อถามว่า พรรค ปชน.มองเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แย่และเลวร้ายกว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 นายนิกรตอบว่า ฝ่ายค้านก็ค้าน ติไปหมด ไม่ยืนยันร่างก็ว่าไม่จริงใจ พอยื่นก็ว่าอีกแบบ ไม่ถูกต้อง เราอยากทำให้สำเร็จ จะไปตามใจฝ่ายค้านไม่ได้เพราะอยู่คนละฝ่าย ควรยืนอยู่ให้ถูกเส้นว่า ใครยืนเส้นไหน“เท้ง” อัดร่าง ภท.ไม่ใช่ฉบับ ปชช.แท้จริงก่อนหน้านี้ ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องใช้เสียงฝ่ายค้าน 20% หลายฝ่ายมองว่าพรรคกล้าธรรม (กธ.) อาจโหวตให้ร่างของพรรค ภท.ว่า ไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์พรรค กธ.ได้ แต่ขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงพรรค กธ.เหมือนกับทุกพรรค อยากให้คงหลักการ 3 ข้อของพรรค ปชน. เห็นรายละเอียดร่างพรรค ภท.บ้างแล้วขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ เช่น ไม่มีคูหาให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่าง แม้จะเขียนไว้ว่าเป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง แต่แยกสัดส่วน สส.และ สว. ตอนนี้กลุ่มการเมืองใดกำลังครอบครองเสียงข้างมากใน สว.อยู่หรือไม่ บวกเลขออกมาก็เกินครึ่ง เท่ากับว่านี่เป็นการผูกขาดหรือไม่ กังวลว่าจะไม่ได้รัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน อย่างแท้จริง จะตีตกร่างพรรค ภท.หรือไม่ ยังไม่ได้ดูรายละเอียดทั้งหมด การต่อรองทางการเมืองทำอย่างไรให้ร่างที่สอดคล้องกับ 3 หลักการมากที่สุดผ่านวาระ 1 เพื่อไปต่อรองในชั้น กมธ.วาระ 2 ในส่วนการลงมติขอดูบริบททางการเมืองในอนาคตก่อน และดูแต่ละพรรคเสนอเข้ามามีหน้าตาอย่างไร แต่ร่างที่จะผ่านสภาฯ ส่อให้เห็นว่าจะเป็นร่างที่ผูกขาด ไม่ยึดโยงประชาชน ประชาชนจะเป็นคนตัดสินคว่ำร่างได้ในอนาคต คาดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค ปชน.จะแล้วเสร็จยื่นต่อประธานสภาภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ติง “หนู” อย่าห้อยโหนดึงฟ้าลงมาต่ำนายณัฐพงษ์กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ขององคมนตรี และการทำงานฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุมกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ว่า การแสดงบทบาทของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หัวหน้าฝ่ายบริหาร ไม่ควรจะนำตัวแทนหรือสถาบันฯมาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจนโยบายสาธารณะโดยตรง เพราะทุกการตัดสินใจล้วนต้องมีการรับผิดและรับชอบ หากเกิดการตัดสินใจใดๆที่ผิดพลาด อาจจะกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตนและพรรค ปชน.เป็นห่วงส่วนนี้ และเห็นว่าบุคคลที่เป็นนายกฯนอกจากไม่ควรห้อยหรือโหนฟ้ามาลงต่ำ อีกหนึ่งกรณีเช่นเดียวกันคือพอดำรงตำแหน่งนายกฯแล้ว ต้องใช้อำนาจของตัวเองทุกช่องทางในการดันฟ้าให้ขึ้นสูง ถ้าสมมติว่าตนเป็นนายกฯหรือมีตัวแทนพรรค ปชน.เป็นนายกฯ คงจะวางบทบาทของเราให้มีความเหมาะสม หลีกเลี่ยงการจัดประชุมแบบนี้ ที่ตัวแทนหรือตัวสถาบันพระมหากษัตริย์ มามีส่วนร่วมโดยตรงในการประชุมเพื่อตัดสินใจ หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าอย่าห้อยโหนดึงฟ้ามาลงต่ำ หน้าที่ของนายกฯก็คือดันฟ้าขึ้นสูงเหมือนกันพูดสิ่งที่ถูกต้อง ไม่กระทบคดี 44 สส.เมื่อถามว่า กังวลเรื่องข้อกฎหมายหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้คงไม่กระทบข้อกฎหมายเนื่องจากคดี 44 สส.เกี่ยวเนื่องกับการแก้ไขมาตรา 112 แสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวข้องกับหลักการในระบบการปกครองในบ้านเรา การทำหน้าที่ผู้แทนฯ ถ้าเราเห็นอะไรไม่ถูกต้อง มีหน้าที่ส่งเสียงเรียกร้อง ถึงแม้ตัวตนจะมีความเสี่ยงทางด้านข้อกฎหมายอยู่ จะเอาความเสี่ยงของตัวเองมาปิดปากตัวเองไม่ให้พูดในสิ่งที่ถูกต้อง น่าจะทำให้ประชาชนผิดหวังการทำหน้าที่ของพวกเราปชป.รวมเสียงดันร่าง รธน.สู้ผูกขาดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า พรรคมีเสียง สส.ไม่พอเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จึงประสานงานกับพรรคที่มีอุดมการณ์และเผชิญปัญหาทำนองเดียวกันร่วมมือผลักดันยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญภายในสัปดาห์หน้า มี 3 ข้อสำคัญ 1.ที่มา ส.ส.ร.ต้องมาจากการคัดเลือกและมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ให้กลุ่มทุนหรือเสียงข้างมากในสภาฯควบคุมหรือผูกขาด ส.ส.ร.2.จะไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) 3.ปรับปรุงกระบวนการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญชั้นรัฐสภาหลัง ส.ส.ร.ยกร่างเสร็จสิ้นให้กลไกประชาธิปไตย เดินหน้าได้ ไม่ถูกกลุ่มเสียงข้างน้อยที่มีเงื่อนไขพิเศษ ใช้อำนาจยับยั้งจนร่างรัฐธรรมนูญต้องตกไป และพรรคจะเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายสำคัญของภาคประชาชน 5 ฉบับที่ค้างจากสภาฯชุดก่อนที่รัฐบาลไม่ยืนยัน ต้องตกไปกลับไปนับหนึ่งใหม่ กลับเข้าสู่ระเบียบวาระของสภาฯอีกครั้ง“ไอติม” ฉะรวบรัดฟอกขาวคดี “เสี่ยโอ๋”เมื่อเวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯเป็นประธานการประชุม พิจารณารับทราบรายงานการ เงิน ปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.67 และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ประจำปีงบฯ 2567 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.อภิปรายว่า ในรายงาน ป.ป.ช.ระบุตัวชี้วัดการไต่สวนว่า เป้าหมาย 2 ปีทำได้ 25% จาก 80% เชื่อว่าน่าจะมีคดีฟอกขาวนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ในคดีซุกหุ้นรวมอยู่ในสถิติด้วย กรณีนี้มีข้อพิรุธที่ฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา ให้ตั้งกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. จึงอยากขอความชัดเจนจาก ป.ป.ช.ที่ยกข้อกล่าวหาคดีดังกล่าวได้ไต่สวนข้อเท็จจริง ก่อนมีมติยกคำร้องหรือไม่ เพราะสันนิษฐานว่าอาจไม่มีการไต่สวนเป็นการยกคำร้องแบบรวบรัด“มาร์ค” อยากให้ ป.ป.ช.ติดเชื้อเกลียดโกงขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่าขอให้ ป.ป.ช.นำข้อมูลที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยผลสำรวจการติดสินบนหน่วยงานราชการ มาพิจารณาเพื่อปรับปรุงการแก้ปัญหา ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่อภิปรายนั้น ไม่แน่ใจว่าเลขาธิการ ป.ป.ช.จะมองตนเป็นคนป่วยของสังคมหรือไม่ แต่ตนเหมือนคนไทยทั้งประเทศที่ป่วยเป็นโรคเกลียดการโกง อยากให้เชื้อดังกล่าวติดไปถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อประเทศไทยหายป่วย เลิกถูกเรียกเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย“ศรีฯ” ร้อง กกต. สอบยุบพรรค ปชน.เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้สืบสวนหรือไต่สวนเอาผิดพรรค ปชน.กรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวหารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เข้าข่ายเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯหรือไม่ หากพบฝ่าฝืนหรือเข้าข่ายความผิดให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาพิพากษายุบพรรคดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 92 ต่อไปนายศรีสุวรรณกล่าวว่า การที่คณะองคมนตรีมาร่วมประชุม บกปภ.ช.เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 ถือเป็นการมาแนะนำรัฐบาลตามปกติที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2560 การที่พรรค ปชน.โพสต์ข้อความแสดงออกดังกล่าว อาจถือได้ว่ามีเจตนาที่กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และหรือกระทําการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเป็นข้อห้ามตามมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (2) (3) (4) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 101 (7)“วรงค์” จี้ปิดช่องโหว่ผลาญภาษี ปชช.ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงถึงกองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาเก็บเงิน สส. และ สว.เดือนละ 3,500 บาท เพื่อได้ 5 สิทธิประโยชน์คือ 1.เงินบำนาญตลอดชีวิต หาก สส. สว.ดำรงตำแหน่งเกิน 1 ปีขึ้นไป เริ่มต้นเดือนละ 21,300 บาท 2.สิทธิการรักษาพยาบาล ตรวจสุขภาพประจำปี หรือรักษารากฟัน 3.ให้ทุนการศึกษาบุตร 2 คนจนถึงปริญญาตรี รวมทั้งโรงเรียนนานาชาติ 4.กรณีทุพพลภาพจะได้เงิน 15,000 บาท และ 5.หากเสียชีวิตครอบครัวจะได้ 200,000 บาท ขอคัดค้านและเรียกร้องให้ยกเลิกบำนาญของ สส.สว.เป็นภาระประชาชนต้องเลี้ยงดู สส. สว.ตลอดชีวิตแม้ไม่มีตำแหน่งแล้ว พบช่องโหว่ว่ากรณีมี สส.บัญชีรายชื่อประกาศลาออก จะดัน สส.บัญชีรายชื่อคนใหม่มาแทน แม้จะเป็น สส.ไม่กี่วันจะได้ถึง 4 สิทธิ์ คือสิทธิ์ที่ 2-5 เป็นระเบียบหละหลวมเอื้อประโยชน์ ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการกองทุนฯปรับปรุงระเบียบให้รัดกุมปิดช่องโหว่ ไม่ใช่มาผลาญภาษีประชาชนรัฐสภาหมื่นล้านน้ำท่วมลานจอดรถบี 1ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า กรณีที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯเมื่อช่วงดึกวันที่ 20 พ.ค. ทำให้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ชั้น บี 1 มีน้ำท่วมขังในลานจอดรถเป็นพื้นที่วงกว้างมีน้ำสูงหลายเซนติเมตร ช่วงเช้าวันที่ 21 พ.ค. ต้องระดมแม่บ้านและพ่อบ้านจากโซนต่างๆของอาคารรัฐสภา เร่งลงมากวาดน้ำลงลำรางระบายน้ำเคลียร์พื้นที่จอดรถและการจราจร บนชั้นดังกล่าว เพื่อให้ลานจอดรถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากจะเริ่มมีการประชุมสภาฯและคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาฯ 35 ชุดตั้งแต่เวลา 09.00 น. ช่วงบ่ายนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาฯลงพื้นที่ห้องเก็บขยะ ชั้น บี 1 อาคารรัฐสภา ตรวจสอบข้อเท็จจริงสาเหตุมาจากอะไร จนเกิดภาพเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่แก้ไขขยะอุดตันและตรวจสอบท่อระบายน้ำให้เหมาะสมเพื่อรองรับน้ำฝนผบ.ตร.จ่อล้างนอมินีต่างชาติอีกรอบที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ถึงการปราบปรามบริษัทนอมินีว่า ได้มอบนโยบายและแนวทางให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้อมูลมาตั้งแต่ ม.ค.69 เก็บเป็นฐานข้อมูลมา ได้คุยกันและรายงานให้นายกฯทราบตลอด จนมาถึงจุดหนึ่งขอบอกว่าแผ่นดินไทยจะให้คนอื่นมาถือครองได้อย่างไร เจ้าพนักงานต้องบังคับใช้กฎหมาย แต่กรณีคนต่างด้าวเข้ามา หลบหนีเข้ามาทำงาน หรือแม้กระทั่งการใช้เทคนิคหลบหลีกกฎหมาย ถือครองธุรกิจหรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่ดินต่างๆ ตนรับไม่ได้ เราปล่อยเฉยไปในอนาคตยิ่งขยายโตขึ้นแล้วยิ่งทำงานลำบาก ควรเริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปพอมีข้อมูลเริ่มปฏิบัติการ อย่างที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี อีกไม่นานจะเปิดปฏิบัติการอีกรอบหนึ่งในหลายพื้นที่ แต่ขออุบไว้ก่อนอธิบดี ปค.ยังไม่ฟันผิดปลัด จ.ภูเก็ตด้านนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต 1 ใน 5 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จ.ภูเก็ต ที่ถูกสั่งไปช่วยราชการกรมการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.-24 มิ.ย.69 โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ยึดหาดฟรีดอมและหาดบางเทาคืนให้รัฐบาลมูลค่าหลายพันล้าน นี่หรือคือความเป็นธรรม” ว่า การช่วยราชการกับเรื่องยึดพื้นที่หาดฟรีดอมคืนให้รัฐบาลคนละเรื่องกัน การทำดีทำถูกเป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่ทำผิดหรือส่วนที่ต้องดำเนินการต่อมีอยู่ ต้องแยกส่วนกัน คำสั่งนี้ชัดเจนอยู่แล้วเรียกมาประจำเพื่อมาสอบเพิ่มเติมใน 30 วัน ถือว่ายังไม่มีความผิดอะไรและยื่นขอความเป็นธรรมได้ เมื่อถามว่า ผบ.ตร.ระบุเตรียมปฏิบัติการปราบนอมินีรุกพื้นที่สาธารณะ เร็วๆนี้อีกครั้ง แสดงว่ามีอยู่จริง นายนฤชากล่าวว่า มีอยู่หลายพื้นที่เหมือนที่พวกเรารู้ เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบมีเจ้าหน้าที่รัฐ มากกว่า 5 คนหรือไม่ นายนฤชากล่าวว่ายังอยู่ในการตรวจสอบคอหวยรอลุ้นชงเพิ่มรางวัลที่ 1 วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย รองประธาน กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค แถลงว่า การประชุม กมธ.วันที่ 21 พ.ค. ได้นำข้อเสนอเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเข้าหารือในที่ประชุม กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค จากนี้จะตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องร้องเรียนก่อนส่งเข้าที่ประชุม กมธ.ชุดใหญ่ จากนั้นเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะ ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มาให้ข้อมูล ยืนยันจะเดินหน้าผลักดันเพิ่มรางวัลลอตเตอรี่ต่อ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภคเต็มที่ ให้เพิ่มรางวัลที่ 1 จาก 6 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 4,000 บาท เป็น 10,000 บาท เลขท้าย 2 ตัว 2,000 บาท เป็น 5,000 บาท รางวัลที่เหลือลดหลั่นกันไป เพราะรางวัลปัจจุบันใช้มากว่า 10 ปีแล้ว แต่ละงวดจะพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาล 100 ล้านฉบับ ต้นทุนอยู่ที่ใบละ 67 บาท มีรายได้ 6,700 ล้านบาทต่องวด แต่มีรางวัลทั้งหมด 1.4 ล้านรางวัล เป็นรางวัลที่ 1 จำนวน 100 ใบ รวม 600 ล้านบาท และรางวัลอื่นๆ แต่มีสลากไม่ถูกรางวัล 98.5 ล้านใบ เงินรางวัลที่กองสลากจ่ายไปน้อยมาก ควรเอากำไรที่ได้เกินไปเพิ่มเงินรางวัลให้ประชาชน เพราะโอกาสถูกรางวัลที่ 1 อยู่ที่ 0.001%อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่