มูลนิธิพันธมิตรประชาธิปไตย (Alliance of Democracies Foundation) ตั้งเมื่อ ค.ศ.2017 โดย 1.นายแอนเดอร์ส โฟกห์ รัสมุสเซิน อดีตนายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และอดีตเลขาธิการนาโต 2.นายเคลาส์ เซอกอร์ นักกฎหมาย และ 3.นายฟริตส์ ชัวร์นักธุรกิจที่มีชื่อเสียงสำนักงานใหญ่มูลนิธิฯ อยู่ที่กรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก นอกจากนั้นยังมีสำนักงานของทีมงานขนาดใหญ่อยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม และกรุงเบอร์ลิน เยอรมนีกิจกรรมของมูลนิธิมีหลายอย่าง แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือการประชุมประจำปีที่เชิญผู้นำประเทศ และบุคคลที่มีชื่อเสียงมาร่วมอภิปราย รวมทั้งจัดทำรายงานและดัชนีวัดมุมมองของประชาชนต่อประชาธิปไตยทั่วโลก8 พฤษภาคม 2026 ผลการศึกษาประจำปีที่เผยแพร่ออกไปทั่วโลกบอกว่า ภาพลักษณ์ของสหรัฐฯในสายตาของชาวโลกเสื่อมถอยลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยภาพลักษณ์ของสหรัฐฯแย่กว่าของรัสเซีย ที่เป็นเช่นนี้เพราะนโยบายของผู้นำสหรัฐฯคือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อมีการสำรวจโดยการสอบถามว่า ประเทศใดเป็นภัยคุกคามต่อโลกมากที่สุด ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากตอบตรงกันว่า “สหรัฐอเมริกา”ความเสื่อมทรามในชื่อเสียงของสหรัฐฯไม่ได้มาจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ค่อยๆสะสมจากนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา เช่น การเรียกเก็บภาษีศุลกากรขาเข้า การขู่จะรุกรานดินแดนของประเทศอื่น และการตัดความช่วยเหลืออูเครนทั้งที่สัญญาว่าจะช่วยเต็มที่เหตุการณ์ที่ทำให้สหรัฐฯเสื่อมที่สุดก็คือ การไปร่วมกับอิสราเอลโจมตีและฆ่าผู้นำอิหร่าน ฆ่าเด็กนักเรียนหญิงผู้บริสุทธิ์ 170 คน นอกจากชาวโลกจะมองว่าไม่มีความชอบธรรมและเป็นความโหดเหี้ยมแล้ว การกระทำของสหรัฐฯ (และอิสราเอล) ยังทำให้ราคาพลังงานโดยเฉพาะราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นประเทศที่ชาวโลกให้ความรู้สึกบวกคือจีน อาจจะมาจากความนิ่ง ความมั่นคงในนโยบายต่างประเทศ การไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และความทุ่มเทช่วยเหลือประเทศในทวีปแอฟริกาอย่างจริงจังพวกบริษัทสำรวจความคิดเห็นระดับโลกเหล่านี้ไม่ได้ใช้คนออกไปสำรวจซี้ซั้วมั่วซั่ว ทว่าทำกันอย่างละเอียด และใช้เครือข่ายจากทั่วโลก อย่างเช่นบริษัทสำรวจความคิดเห็นนิราดาต้าที่สำรวจระหว่าง 19 มีนาคม-21 เมษายน 2026มีผู้ตอบแบบสอบถาม 9.4 หมื่นใน 98 ประเทศ (กลุ่มเป้าหมายรวม) เพื่อวัดทัศนคติที่มีต่อระบอบประชาธิปไตยในภาพรวม และการรับรู้รายประเทศ (กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ) โดยวัดจากกลุ่มตัวอย่าง 4.66 หมื่นใน 85 ประเทศ เพื่อวัดว่าชาวโลก “มองประเทศมหาอำนาจแต่ละประเทศอย่างไร”พรุ่งนี้ 12 พฤษภาคม 2026 จะมีการประชุมสุดยอดประชาธิปไตยโคเปนเฮเกน (Copenhagen Democracy Summit) ทราบว่าจะมีการเผยแพร่รายงานฉบับนี้ เราก็คงจะเห็นการฟาดงวงฟาดงาโต้ตอบจากประธานาธิบดีทรัมป์อย่างแน่นอนทรัมป์คงจะเอามูลนิธิฯ + รายงานการศึกษา ไปเกี่ยวดองหนองยุ่งกับเดนมาร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งมูลนิธิ และมีความสัมพันธ์กับกรีนแลนด์ในลักษณะราชอาณาจักรร่วม โดยกรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก ทรัมป์คงใช้ความเชื่อมโยงนี้มาอ้างเพื่อไม่ให้คนอเมริกันรู้สึกว่าถูกด้อยค่าจากการกระทำของตนเองผู้อ่านท่านผู้เจริญ อ่านรายงานของมูลนิธิพันธมิตรประชาธิปไตยแล้ว ผมนึกถึงคำกล่าวที่ว่า “ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว”ถ้าทรัมป์เป็นผู้นำชาติรัฐอย่างบูร์กินาฟาโซ โตโก รวันดา บุรุนดี ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ การกระดิกพลิกตัวของทรัมป์จึงกระทบต่อความเป็นไปของโลกอย่างมากนายรัสมุสเซิน อดีตนายกฯเดนมาร์ก และอดีตเลขาฯนาโต หนึ่งในผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ บอกว่า “การเสื่อมถอยอย่างรวดเร็วของภาพลักษณ์สหรัฐฯเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมาก” “แต่ก็ไม่น่าตกใจ”คำกล่าวของรัสมุสเซินเป็นความจริงว่าเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะการกระทำของผู้นำชาติมหาอำนาจคนนี้ทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในความยุ่งยาก ความลำบากยากเข็ญเกิดขึ้นทุกทั่วหัวระแหงส่วนวลีที่บอกว่า “แต่ก็ไม่น่าตกใจ” น่าจะหมายถึง เป็นสิ่งที่ไม่เหนือความคาดหมาย ทุกคนรู้เช่นเห็นชาติว่าทรัมป์เป็นอย่างไร มีภูมิหลังเลอะเทอะเปรอะปะ เลอะเทอะขนาดคนบางพวกมองว่า คนอย่างทรัมป์ไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้นำที่แปลกประหลาดใจที่สุดก็คือ อเมริกันชนคนสหรัฐฯเลือกผู้นำอย่างนี้มาปกครองพวกตนได้อย่างไร.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม