เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ถือเป็นวันสำคัญของชาติยุโรป โดยเฉพาะ “รัสเซีย” เนื่องจากเป็นการบรรจบครบรอบ 81 ปี วันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพนาซีเยอรมนีประสบความพ่ายแพ้อย่างเป็นทางการสอดคล้องกับโอกาสที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้รับเกียรติจาก “เยฟกินี โทมิคิน” เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เดินทางมาเยี่ยมเยียนกองบรรณาธิการ แลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นถึงสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ซึ่งรายละเอียดในการสนทนาวันนั้น ได้แสดงให้เห็นถึง “โอกาส” ของประเทศไทยที่มีความสัมพันธ์กับรัสเซียมาอย่างยาวนาน ย้อนกลับไปตั้งแต่พระเจ้า อยู่หัวรัชกาลที่ 5สิ่งแรกที่อยากจะกล่าวคือขอขอบคุณไทยรัฐที่ให้ความสนใจกับประเทศรัสเซีย มีการแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ที่ผมได้รับเกียรติมาประจำการอยู่ในประเทศไทย นำเสนอข้อเท็จจริงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลเราใส่ใจอย่างมากในเรื่องการต่อต้านข่าวปลอม หรือข่าวบิดเบือนชี้นำ ที่สำคัญเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ได้ทำให้การสร้างเนื้อหาปลอมทำได้ง่ายมากขึ้นมาตรการที่รัสเซียกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องในตอนนี้ คือการเสริมสร้างทักษะของสื่อมวลชน มีการตั้งเครือข่ายผู้สื่อข่าวนานาชาติและนักวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมทั้งศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อรู้เท่าทัน และให้สาธารณชนได้รับข้อมูลที่เที่ยงตรงให้มากที่สุดที่สำคัญเรื่องราวเกี่ยวกับรัสเซียยังมีมุมอื่นๆอีกมากมายนอกเหนือจากความมั่นคง อย่างเรื่องความร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมของไทย การจัดงาน “Russia Seasons” หรือฤดูกาลแห่งรัสเซีย ที่เราทำมาตลอด นำการแสดงชั้นนำจากรัสเซียมาจัดแสดงที่ประเทศไทย เปิดตัวไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ด้วยศิลปินออร์เคสตราระดับชาติอย่างนายเดนิส มัตซูเยฟ และในเดือน มิ.ย.นี้ ก็จะมีศิลปินโฟล์กซอง วงดนตรีรัสซียา และหลังจากนั้นก็จะมีศิลปินอีกหลากหลายไม่ว่าโอเปร่า บัลเล่ต์ ตบเท้ามาจัดแสดงในไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี และในปี 2570 ยังถือเป็นกำหนดการสำคัญความสัมพันธ์ไทย-รัสเซียครบรอบ 130 ปีเต็ม ข้ามมาเรื่องซีเรียส เอกอัครราชทูตโทมิคินกล่าวแซวว่า ทำไมถามเหมือนคนรัสเซียถามเอง หลังทีมบรรณาธิการหยิบยกประเด็นรายงานข่าวไม่ยืนยันว่ารัสเซียให้ความช่วยเหลือ “อิหร่าน” ในเรื่องข่าวกรอง ซึ่งก็เหมือนกับที่สหรัฐฯช่วยเหลือ “ยูเครน” ตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้เอาคืนแล้วใช่ไหม? พร้อมดึงเข้าเรื่องว่ารัสเซียมีความชัดเจนในเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวัน ออกกลาง การโจมตีประเทศอิหร่านโดยสหรัฐฯและอิสราเอล ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อห่วงโซ่สินค้าของโลก และทำให้ราคาน้ำมันและปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตัวแทนของรัฐบาลไทยได้เดินทางไปเจรจากับรัฐบาลรัสเซียในเรื่องนี้ มีการคุยกันในเรื่องการซื้อปุ๋ยในราคาที่ถูกลง รัสเซียยังพยายามจับคู่ให้ภาคเอกชนไทย– รัสเซียมาเจรจากัน ได้เสนอชื่อ 2 บริษัทที่มีความพร้อมในเรื่องปริมาณสินค้าให้กับรัฐบาลไทยไปแล้ว เพราะช่วงนี้ตรงกับฤดูการเกษตรของรัสเซียพอดี ทำให้หลายบริษัทจำเป็นต้องเตรียมสินค้าไว้สำหรับรองรับกับการทำเกษตรกรรมในประเทศรัสเซีย ส่วนสถิติปี 2568 รัสเซียได้ส่งออกปุ๋ยมายังประเทศไทย 600,000 ตัน มูลค่าราว 9,600 ล้านบาทส่วนเรื่องน้ำมันรัสเซียที่มีการพูดกันว่า ไม่ดีบ้าง ไม่เหมาะสมบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการน้ำมันเกรดไหน รัสเซียมีให้เลือกสรร ขึ้นอยู่กับว่าจะตัดสินใจเช่นไร จะซื้อขายกันแล้วส่งขนขึ้นเรือบรรทุกน้ำมันยิงตรงมาจากเมืองวลาดิวอสตอกในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซียก็ย่อมทำได้ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ เรื่องวิธีการซื้อขายนั้นบริษัทเอกชนทั่วโลกขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องการหาหนทาง มันมีวิธีอยู่ ยกตัวอย่างง่ายๆกระบวนการนำเข้าสินค้าของรัสเซียกับกระบวนการนำเข้าสินค้าของไทยยังต่างกัน บางประเทศดูจากต้นทางของสินค้า บางประเทศดูจากว่าขนสินค้ามาจากประเทศไหน ไม่ได้นับที่ประเทศต้นทางถิ่นกำเนิดสถานการณ์ ณ เพลานี้ นานาชาติจำเป็นต้องปรับตัวกันอย่างรวดเร็ว มองทางเลือกใหม่ มองศักยภาพในความร่วมมือระหว่างกัน อย่างเรื่องพลังงานที่กำลังเป็นประเด็นอยู่นั้น รัสเซียก็มีทางเลือกให้ในเรื่องพลังงานสะอาด เช่น “พลังงานนิวเคลียร์” ซึ่งถือเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้า 20% ของประเทศ เรามีการเจรจาอย่างต่อเนื่องกับไทย แถมตอนนี้ก็มีเทคโนโลยีใหม่ เช่น SMR เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก ที่มีความปลอดภัยสั่งประกอบสำเร็จรูปจากโรงงานการผลิตโดยตรง จ่ายกำลังไฟฟ้าได้เหมาะสม ไม่ใหญ่โตอะไรเหมือนกับเตาปฏิกรณ์แบบคลาสสิก ก่อนหน้านี้ประเทศแอฟริกาใต้ยังมีการสั่งซื้อ “เรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์” 2 ลำของรัสเซีย ที่สามารถแล่นไปเทียบท่าเรือ เสียบปลั๊กจ่ายไฟหล่อเลี้ยงเมืองต่างๆได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับเรื่องความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวรัสเซีย เมืองไทยสวยงาม เดินทางสะดวก ในปี 2568 มีชาวรัสเซียมาเที่ยวเมืองไทย 1.99 ล้านคน ใช้เงินไปประมาณ 120,000 ล้านบาท ความนิยมยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สถิติช่วงเดือน ม.ค. ถึง เม.ย.ที่ผ่านมา เดินทางมาไทยแล้วกว่า 850,000 คน คาดว่าจบเดือน พ.ค.นี้ น่าจะถึง 1 ล้านคน ถามทิ้งท้ายว่าความร่วมมือมีปัญหาอะไรไหม เอกอัครราชทูตโทมิคินมองว่า ดูในช่วงนี้ฝ่ายบริหารทำงานกันรวดเร็ว จะมีติดขัดก็ตรงฝ่ายปฏิบัติการที่ยังช้าไปหน่อย แต่ก็เข้าใจได้ในเรื่องความรอบคอบในสถานการณ์โลกเช่นนี้ครับ.ทีมข่าวต่างประเทศคลิกอ่านคอลัมน์ “7 วันรอบโลก” เพิ่มเติม