ลินด์ซีย์ โอลิน แกรแฮม เคยเป็นนักกฎหมายก่อนที่จะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก แนะให้ทรัมป์ส่งอาวุธไปให้พลเมืองอิหร่าน เพื่อให้คนอิหร่านจับอาวุธล้มล้างการปกครองของพวกตน28 กุมภาพันธ์ 2026 นักการเมืองอเมริกันแสดงความดีใจที่สหรัฐฯและอิสราเอลฆ่าคณะผู้นำอิหร่านได้เป็นจำนวนมาก ทุกคนมีความเชื่อว่าถ้าพวกผู้นำอิหร่านถูกฆ่าตายมากมาย จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างแน่นอนโมฮัมเหม็ด เรซา ปาห์ลาวี ที่ตอนนี้อายุ 65 ปี พระโอรสของกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอิหร่านก่อนจะถูกโค่นเมื่อ ค.ศ.1979 ออกมาขัดสีฉวีวรรณ เตรียมตัวกลับไปเป็นชาห์ หรือกษัตริย์ที่แผ่นดินอิหร่านทว่าทั้งสหรัฐฯ อิสราเอล และลูกหลานพระเจ้าชาห์ก็ต้องผิดหวัง เพราะคณะผู้นำใหม่ที่ขึ้นมาแทนคณะผู้นำซึ่งวายชนม์แกร่งและแข็งกร้าวกว่าเดิม ต่อสู้กับสหรัฐฯและอิสราเอลอย่างเต็มกำลังถึงแม้ว่าทรัมป์จะประกาศย้ำๆซ้ำๆว่าชนะแล้ว ชนะจริงๆชนะใสๆ แต่ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ในสายตาคนทั้งโลกมองว่างานนี้สหรัฐฯแพ้อย่างหมดรูปหลายสิบปีที่สหรัฐฯและอิสราเอลสร้างสายลับของตนเองไปหมกตัวอยู่ตามองค์กรในอิหร่าน ทำหน้าที่ปฏิบัติการจิตวิทยาให้คนอิหร่านลุกขึ้นมาประท้วงต่อต้านรัฐบาลเพื่อให้สอดคล้องกับวันเวลานาทีเดียวกันกับกองกำลังของสหรัฐฯและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเทคนิคเดิมๆของสหรัฐฯก็คือ ปั้นคนท้องถิ่นให้โปรสหรัฐฯแล้วก็เข้าไปแทรกซึมตามหน่วยงาน เมื่อได้วันเวลานาทีที่เหมาะสม ก็จัดประท้วง หากผู้ประท้วงสักคนถูกลงโทษด้วยการดีดหู สหรัฐฯก็จะเอามาเป็นข้ออ้างว่า อ้า รัฐบาลของประเทศนี้ไม่มีความชอบธรรม เพราะทำโทษคนประท้วง เป็นการปิดหูปิดตาประชาชนสหรัฐฯใช้สูตรนี้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเองในการเข้าไปแทรกแซงการเมืองของประเทศอื่นมาโดยตลอด และส่วนใหญ่ก็ประสบความสำเร็จ สหรัฐฯก็เลยได้ใจ และคิดว่ายังไงซะ อิหร่านจะต้องเปลี่ยนแปลงการปกครองแน่ทว่า อิหร่านแข็งแกร่งกว่าที่สหรัฐฯและอิสราเอลคิด พวก สส. และ สว. รวมทั้งผู้คนทั้งหลายจึงไปพูดใส่หูทรัมป์ให้แจกอาวุธยุทโธปกรณ์หนอนบุ้งแก่คนอิหร่านเพื่อลุกฮือขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลของตนเอง โดยที่สหรัฐฯไม่ต้องเสียกำลังพลของตนเลยแม้แต่คนเดียวดีกว่าสื่อหลักของสหรัฐฯต่างไม่เอาด้วยกับทรัมป์ ตอนนี้ที่เลียทรัมป์จนมันแผล็บทั้งตัวก็คือ สื่อด็อกนิวส์ เอ๊ย ฟ็อกซ์นิวส์ ทรัมป์จะปฏิบัติการจิตวิทยาอะไรก็จะใช้ฟ็อกซ์นิวส์4 พฤษภาคม 2026 สว.แกรแฮม ไปโผล่หน้าแหลมในจอทีวีของฟ็อกส์นิวส์ ให้สัมภาษณ์ว่า อ้า เราต้องหาหนทางแก้ไขครั้งที่ 2 เป็นทางเลือกอื่น แทนที่จะส่งทหารราบซึ่งเป็นลูกหลานชาวอเมริกันเข้าไปรบสว.แกรแฮมพูดว่า “ถ้าผมเป็นประธานาธิบดีทรัมป์และเป็นอิสราเอล ผมจะโหลดปืนให้ประชาชนคนอิหร่านลุกฮือ ถืออาวุธลงสู่ถนนหนทาง นี่คือการเปลี่ยนกระแสการต่อสู้กับรัฐบาลอิหร่าน”คำพูดของ สว.แกรแฮมแสดงถึงจิตใจอันโหดเหี้ยมของแก อยากทำสงคราม แต่ไม่กล้าส่งคนของตนเองเข้าไปรบ เพราะถ้าคนอเมริกันตาย ประชาชนอเมริกันจะลุกฮือ แกรแฮมแนะนำให้ทรัมป์และเนทันยาฮูยัดปืนใส่มือคนอิหร่านให้ไปตายแทนคนอเมริกันสหรัฐฯใช้ทรัพยากร ทั้งสื่อ ทั้งคน ทั้งเงิน เพื่อสนับสนุนนักเคลื่อนไหว และถ้าคนไหนมีแววก็จะถูกปั้นให้ไปเป็นนักการเมืองอยู่ในพรรคการเมืองที่สหรัฐฯดูแลอย่างไม่ขาดตกบกพร่องทันทีที่พรรคการเมืองที่สหรัฐฯสนับสนุนชนะ ก็จะค่อยๆออกกฎหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศนั้นๆ นี่คือสูตรง่าย สูตรดั้งเดิม ซึ่งสติปัญญาของคณะผู้นำอเมริกันและพวกสมาชิกสภาคองเกรสมีแค่นี้ละครับ ไม่เคยคิดวิธีการอะไรใหม่ๆ ที่จะใช้ชนะใจคนในประเทศอื่นอีกอย่างหนึ่งซึ่งสหรัฐฯทำบ่อยๆ ทำเป็นประจำงำงึม ก็คือการสร้างกลุ่มทหารขึ้นมาทำปฏิวัติรัฐประหารเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โชคดีที่คนอิหร่านไม่เอาด้วย และมองสหรัฐฯว่าเป็นพวกต่ำต้อยด้อยค่า ไม่ควรไปคบหาสมาคม มุกต่างๆของพวกอเมริกันและอิสราเอลจึงแป้กตลอดเวลา.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม