ขณะที่หลายเขตเศรษฐกิจในเอเชียเริ่มเผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไตรมาสแรกของปี 2569 อย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย ที่โต 5.61% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี หรือ ฮ่องกง ที่ฟื้นตัวต่อเนื่องที่ 5.9% แต่พิกัดที่สร้างความตื่นตะลึงหนีไม่พ้น “ไต้หวัน” โชว์ตัวเลขเติบโตราวกับติดจรวดเศรษฐกิจไต้หวันขยายตัวอย่างร้อนแรงสูงถึง 13.69% ในไตรมาสแรก พุ่งทะยานสูงสุดนับแต่ปี 2530 หรือในรอบ 39 ปี เป็น การเติบโตแบบก้าวกระโดดชนิดทำลายทุกสถิติและสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินที่ 11.3% อย่างขาดลอยแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก ความ ต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ทั่วโลกที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ภาคการส่งออกทะยานขึ้นถึง 35.25% โดยมี TSMC ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปประมวลผลขั้นสูงให้แก่ Nvidia และ Apple บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกจากสหรัฐฯเป็นปัจจัยสำคัญ ช่วยตอกย้ำบทบาทของไต้หวันในฐานะ “กระดูกสันหลังของเอไอโลก” อย่างแท้จริงนอกจากปัจจัยภายนอก เศรษฐกิจภายในไต้หวันยังได้รับอานิสงส์จาก “ความมั่งคั่งในตลาดหุ้น” ที่พุ่งแรงตามกลุ่มเทคโนโลยี นักลงทุนไต้หวันได้รับผลตอบแทนที่น่าพอใจ ช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ภาคประชาชน ผนวกกับผลจากนโยบาย “แจกเงินสด” ของรัฐบาลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวถึง 4.89% สะท้อนภาพการจับจ่ายที่คึกคักแม้เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความผันผวนอย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวัน ออกกลาง ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากไต้หวันนำเข้าก๊าซ LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึง 37% หากราคาพลังงานพุ่งสูงย่อมกระทบต้นทุนการผลิตชิปของ TSMC ที่ใช้ไฟฟ้าสูงถึง 10% ของทั้งเกาะ การปิดช่องแคบยังทำให้โลกเสี่ยงขาดแคลน “ก๊าซฮีเลียม” ที่จำเป็นต่อการระบายความร้อนในการผลิตเซมิคอน ดักเตอร์ จากนี้คงต้องจับตาดูว่าไต้หวันจะก้าวผ่านความท้าทายเพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตนี้ไว้ได้หรือไม่.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม