ฮังการีตั้งอยู่บนลุ่มแม่น้ำดานูบ ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญที่สุดสายหนึ่งของยุโรป เชื่อมต่อระหว่างยุโรปตะวันตกและคาบสมุทรบอลข่านฮังการีเป็นจุดเชื่อมต่อทางพลังงาน เป็นทางผ่านของท่อก๊าซและเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญจากรัสเซียไปยุโรป ทำให้ฮังการีมีอำนาจต่อรองสูงในการเจรจาเรื่องความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมา ฮังการีภายใต้การนำของวิกเตอร์ ออร์บาน มักจะถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญในมติของสหภาพยุโรป เพราะมักจะมีจุดยืนที่เป็นอิสระหรือขัดแย้งกับชาติสมาชิกส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์กับรัสเซีย และการให้ความช่วยเหลืออูเครน ทำให้การตัดสินใจของฮังการีส่งผลกระทบต่อความเป็นเอกภาพของยุโรปโดยตรงวิกเตอร์ ออร์บาน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีฮังการีรวมทั้งหมด 2 ช่วงเวลา สมัยที่ 1 ระหว่าง ค.ศ.1998-2002 และสมัยที่ 2 เป็นต่อเนื่องยาวนานที่สุดคือ 16 ปี ตั้งแต่ ค.ศ.2010-2026การบริหารฮังการีของออร์บาน เป็นต้นแบบของประชาธิปไตยที่ไม่เสรีหรือ Illiberal Democracy เน้นชาตินิยมและคุณค่าดั้งเดิม เป็นโมเดลที่กลุ่มการเมืองฝ่ายขวาทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐฯสนใจ และนำไปใช้เป็นตัวอย่างวันเลือกตั้งทั่วไปของฮังการีคืออาทิตย์ 12 เมษายน 2026 ประชาชนฮังการีออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์ พอถึงช่วงดึก ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเริ่มชี้ชัดว่าพรรคทิสซาของปีเตอร์ มาจาร์ นำโด่งในหลายเขตสำคัญ รวมถึงในเขตชนบท01.00 น. ของจันทร์ 13 เมษายน 2026 ปีเตอร์ มาจาร์ ประกาศชัยชนะท่ามกลางผู้สนับสนุนริมแม่น้ำดานูบ โดยได้ที่นั่งในสภาถึง 138 จาก 199 ที่นั่ง (ร้อยละ 69.3) เวลา 02.30 น. ออร์บานออกแถลงการณ์ยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะพรรคฟิเดสซ์ของแกได้เพียง 55 ที่นั่ง (ร้อยละ 27.6) ถือว่าสิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งมายาวนานถึง 16 ปีปีเตอร์ มาจาร์ นักการเมืองหนุ่มวัย 45 ปีที่โค่นออร์บานได้ เป็นนักกฎหมายและนักการเมือง มาจาร์เคยเป็นคนของออร์บานมาก่อน โดยทำงานในตำแหน่งสำคัญหลายแห่ง ทั้งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของธนาคารรัฐ และซีอีโอของศูนย์กู้ยืมเพื่อการศึกษาแม้ว่ามาจาร์จะเป็นคนวงในที่มีเส้นสายลึกซึ้ง แต่เขาไม่ได้ถูกวางตัวให้อยู่ในกลุ่มนักการเมืองแถวหน้าที่ออกสื่อบ่อยๆ เหมือนรัฐมนตรีคนอื่นๆ หน้าที่หลักของมาจาร์คือการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจและงานด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องอาศัยความไว้วางใจสูงมาก แต่ไม่ใช่ตำแหน่งที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางการเมืองได้โดยตรงจุดเปลี่ยนสำคัญคือความสัมพันธ์ของมาจาร์กับออร์บานที่ต้องพังทลายลงเพราะความขัดแย้งภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2024 มีการเปิดโปงว่าประธานาธิบดี คาตาลิน โนวัก ได้ลงนามอภัยโทษให้กับชายคนหนึ่งที่พัวพันกับการปกปิดคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กในสถานสงเคราะห์จูดิท วาร์กา อดีตภรรยาของมาจาร์ ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรียุติธรรมเป็นผู้ลงนามรับรองการอภัยโทษตามขั้นตอน แต่การอภัยโทษครั้งนั้นทำให้ประชาชนโกรธแค้นอย่างหนัก เพราะพรรคฟิเดสซ์ของออร์บานชูจุดยืนปกป้องเด็กและครอบครัวมาโดยตลอด10 กุมภาพันธ์ 2024 ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักทำให้ประธานาธิบดีโนวัก และวาร์กาประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงหลังการลาออกของอดีตภรรยา มาจาร์โพสต์ลงเฟซบุ๊กประกาศลาออกจากตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจทั้งหมด และประกาศตัดขาดจากพรรคฟิเดสซ์ โดยบอกว่า “ผมไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่รัฐมนตรีตัวจริงถูกทิ้งให้เป็นแพะรับบาป ขณะที่ผู้บงการตัวจริงหลบอยู่หลังกระโปรงของผู้หญิง”ผู้อ่านท่านครับ มาจาร์เดินหน้าเก็บกระแสความนิยมมานาน 2 ปี เริ่มจากการจัดประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีกลางกรุงบูดาเปสต์ มีผู้เข้าร่วมหลายแสนคน จากนั้น มาจาร์ก็เทกโอเวอร์พรรคเล็กๆ ชื่อทิสซา และสร้างกระแสจนกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1มาจาร์รู้ตื้นลึกหนาบางในรัฐบาลเป็นอย่างดี ทำให้เขารู้จุดอ่อน และสามารถดึงฐานเสียงที่เคยสนับสนุนออร์บานแต่เริ่มเบื่อหน่ายกับการคอร์รัปชันและเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองอย่างถล่มทลายจนได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฮังการีในปัจจุบัน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม