นับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนอุบัติขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2565 ก็มีรายงานยืนยันมาตลอดว่า สาเหตุที่ทำให้การรบของรัสเซีย “ไม่ดุเดือดเลือดพล่าน” เหมือนในหนังสงคราม และต้องดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นผลพวงมาจากการที่กองทัพยูเครนได้รับการสนับสนุนอย่างหนักจากชาติตะวันตกโดยเฉพาะเรื่อง “ข่าวกรอง” และดวงตาจากท้องฟ้า กองทัพยูเครนได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริการายงานความเคลื่อนไหวของกองทัพรัสเซียในสนามรบแบบเรียลไทม์ จนทำให้รัสเซียยากที่จะสุมกำลังเพื่อทำการรุกครั้งใหญ่แบบในสงคราม ต้องเปลี่ยนวิธีเป็นหน่วยรบขนาดเล็ก แทรกซึมเจาะแนวป้องกันและเป็นการยากยิ่งที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ เพราะนั่นหมายถึงการยิงทำลายดาวเทียมของสหรัฐฯบนวงโคจร ซึ่งจะเข้าข่ายพฤติกรรมการทำสงครามอย่างเป็นทางการ และส่งผลกระทบต่อระบบการสื่อสารทั่วโลกมาวันนี้สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล รุมถล่มอิหร่าน ได้ดำเนินมานานกว่า 1 สัปดาห์ มีรายงานเป็นระยะๆมากขึ้นจากสำนักข่าวของอเมริกันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน กำลังเกิดขึ้นในอิหร่านเช่นกัน นั่นคือทางฝ่ายความมั่นคงได้ดำเนินการสนับสนุน “ด้านการข่าว” แก่กองทัพอิหร่านเหมือนกับที่สหรัฐฯสนับสนุนการข่าวแก่ยูเครนแน่นอนว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนในเรื่องขอบเขตการช่วยเหลือของฝ่ายรัสเซีย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสมรภูมิคือการที่อาวุธระยะไกลของกองทัพอิหร่านหรือกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ไม่ว่าขีปนาวุธ จรวด หรือโดรนพิฆาต ต่างประสบความสำเร็จในการโจมตีฐานทัพอเมริกันในกลุ่มประเทศอาหรับ มีรายงานยืนยันมากขึ้นเรื่อยๆว่าระบบเรดาร์ทันสมัยของสหรัฐฯได้ทยอยถูกทำลายหรือเสียหายหนักจริงอยู่ที่กองทัพอิหร่านเอง อาจมีขีดความสามารถที่จะทำเองได้ แต่ก็มีคำถามเช่นกันว่าทำไมสหรัฐฯโจมตีหนักหน่วงขนาดนี้แต่ยังไม่สามารถปิดเกมได้ ยังคงถูกตอบโต้อย่างมีประสิทธิภาพและเจาะจงเป้าหมาย โอกาสที่อิหร่านจะมีคนหนุนหลังอยู่จึงเป็นไปได้สูงยิ่งนัก.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม