ผมเขียนถึง “วันมาฆบูชา” เชิญชวนท่านผู้อ่านไปเข้าวัดทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนถวายพระรัตนตรัย เพื่อให้จิตใจผ่องแผ้วแจ่มใสเสีย 2 วันเต็มๆ...นึกไม่ถึงว่ากลับมาประจำการอีกครั้งในวันนี้จะต้องมาเขียนถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่สั่นสะเทือนไปทั่วโลกจากกรณีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จับมือกับ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ส่งฝูงบินรบเข้าโจมตีอาคารบ้านพักของผู้นำสูงสุดอิหร่านและสถานที่สำคัญๆทางยุทธศาสตร์หลายๆแห่งของกรุงเตหะราน เมื่อ 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอิหร่าน วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต ภายในห้องทำงานของบ้านพักในทันทีรวมไปถึงบุคคลสำคัญอื่นๆอีกหลายราย เช่น นายอาลี ชัมคานี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และนายโมฮัมหมัด ปัคปูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จากการโจมตีหลายๆจุดในเวลาเดียวกันต่อมาอิหร่านได้ออกมาแถลงยอมรับและประกาศไว้อาลัย 40 วัน พร้อมกับประกาศจะตอบโต้เอาคืนสร้างความเจ็บปวดให้แก่สหรัฐฯ และอิสราเอล 2 ผู้รุกรานอย่างถึงที่สุดจากนั้นรัฐบาลอิหร่านและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ (IRGC) ก็ยิงขีปนาวุธและโดรนพลีชีพเข้าใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหลายแห่ง เช่น กาตาร์, บาห์เรน, คูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้งเทลอาวีฟของอิสราเอลตลอดจนเป้าหมายสำคัญๆอีกหลายจุดขณะผมนั่งบันทึกเหตุการณ์วันนี้ (ช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม) การโจมตีระลอกใหม่จากอิสราเอลเข้าใส่อิหร่านเพิ่งจะผ่านไป และคาดว่าทางอิหร่านก็จะต้องโจมตีโต้กลับอีกแน่ๆประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวอย่างมั่นใจว่าจะสามารถเผด็จศึกได้ภายใน 1 เดือน แต่นักวิเคราะห์คนสำคัญๆของโลกไม่เชื่อว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างง่ายดายเช่นนั้น และมีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นสงครามยืดเยื้อและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาลสำหรับรัฐบาลไทยเราเอง ทางรัฐบาลรักษาการที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการเชิญประชุมสภาความมั่นคงและกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและแรงงานไทยที่ไปทำงานในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นผลกระทบสำคัญที่สุดก็คือด้านพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซที่จะต้องมีราคาแพงขึ้นและการซื้อหานำเข้าจะยากลำบากมากขึ้น แม้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะชี้แจงว่าเรามีปริมาณน้ำมันสำรองใช้ได้อีก 60 วันก็ตามแต่กระนั้นการใช้อย่างประหยัดตามความจำเป็นก็จะต้องเกิดขึ้นนับตั้งแต่บัดนี้ ขณะเดียวกันราคาพลังงานที่แพงขึ้นก็ส่งผลให้สินค้าต่างๆราคาแพงขึ้นไปด้วย ภาวะเงินเฟ้อน่าจะเกิดขึ้นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงน่าเป็นห่วงจริงๆครับ เพราะไหนจะน้ำมันแพง ไหนจะกระเทือนไปถึงการท่องเที่ยวและการส่งออก ฯลฯ ซึ่งจะมีผลทำให้เศรษฐกิจไทยที่กำลังเริ่มฟื้นตัวต้องหยุดชะงักต่อไปอีกผมถึงได้บอกว่าประเทศเราช่างโชคร้ายจริงๆครับ พอจะเริ่ม “มีบุญ” กลับมาบ้างก็ “มีกรรม” มาบังเสียอีก แรกๆก็นึกว่าจะเป็นเรื่องการเมืองในประเทศ เรื่องการขัดแย้งกันในประเด็นเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่อะไรทำนองนั้น แต่เจออิทธิฤทธิ์อิทธิเดชของประธานาธิบดีทรัมป์ กับนายเนทันยาฮูเข้ากลายเป็นกรรมใหญ่ระดับโลก รับกรรมกันทั่วโลกไปเรียบร้อยก็ได้แต่หวังว่า อานิสงส์แห่ง “มาฆบูชา” จะดลบันดาลให้ “สันติภาพ” กลับคืนมาสู่โลกโดยเร็วและขอให้ความเดือดร้อนทั้งหลายทั้งในแง่การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน และความเสียหายทางเศรษฐกิจจงอย่าได้เกิดเพิ่มขึ้น...ที่เกิดแล้วก็เกิดไป ขออย่าบานปลายมากกว่านี้เลย...ร่วมแรงร่วมใจกันสวดมนต์ภาวนานะครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม