AGOA หรือ African Growth and Opportunity Act เป็นพระราชบัญญัติส่งเสริมการเติบโตและโอกาสของแอฟริกาที่ออกเมื่อ ค.ศ.2000 เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับประเทศในทวีปแอฟริการัฐบาลสหรัฐฯเมื่อ 26 ปีที่แล้วต้องการลดความยากจนและสร้างงานให้กับชาวแอฟริกัน โดยเชื่อว่าถ้าส่งออกมากขึ้น โรงงานก็มากขึ้น คนก็มีงานทำมากขึ้นเงื่อนไขที่รัฐบาลอเมริกันมีกับประเทศที่จะเข้าร่วม AGOA คือ ต้องสนับสนุนการปฏิรูปเศรษฐกิจและประชาธิปไตย ต้องมีมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนและการปกครองที่ดี ประเทศไหนโชคดีได้เข้าร่วมส่งสินค้าไปขายในสหรัฐฯโดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าหรือเสียน้อยมากแต่ในทางปฏิบัติ AGOA เป็นเครื่องมือในการควบคุมรัฐบาลและประชาชนของประเทศในทวีปแอฟริกา รัฐบาลของประเทศใดก็ตามที่ไม่เป็นที่โปรดปรานของรัฐบาลสหรัฐฯก็จะถูกปลดออกจากสิทธิใน AGOA บางทีไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ทำให้แรงงานจำนวนมากตกงานอย่างฉับพลันทันที กระทบต่อเศรษฐกิจ และเกิดความวุ่นวายทางการเมืองและสังคมที่เคยโดนปลดและประเทศวุ่นวายอย่างมากคือ สาธารณรัฐ แอฟริกากลาง ถูกถอดจาก AGOA ตั้งแต่ ค.ศ.2004 เอริเทรีย (2004) โกตดิวัวร์ (2005) มอริเตเนีย (2005-2009) รวันดา (2018) เอธิโอเปีย (2022) มาลี (2022) กินี (2022) ฯลฯ จนระยะหลัง ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับประเทศต่างๆย่ำแย่มากขึ้นอิทธิพลของพวกตะวันตกในทวีปแอฟริกาลดลงไม่เฉพาะกับสหรัฐฯ แต่ยังรวมถึงประเทศในสหภาพยุโรป (อียู) ด้วย เพราะมีความตึงเครียดทางการค้าระหว่างแอฟริกากับสหภาพยุโรปที่เกี่ยวกับข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ EPAs หรือ Economic Partnership Agreements พวกยุโรปบอกว่าต้องการสร้างหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกัน แต่ในทางปฏิบัติ พวกแอฟริกันมองว่า EPAs ไม่ใช่หุ้นส่วนเท่าเทียม แต่เป็นการบังคับให้เปิดตลาดสุดท้าย สินค้าจากสหภาพยุโรปไหลเข้ามาแข่งขันกับสินค้าท้องถิ่น ทำให้โรงงานแอฟริกันจำนวนมากต้องปิดตัว เกษตรกรรายย่อยอยู่ไม่ได้ EPAs ทำให้ภาษีที่ควรจะได้จากอียูหายไป รัฐแอฟริกันสูญเสียรายได้ทำให้งบพัฒนาสาธารณสุข การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานหายไปด้วยจีนศึกษาข้อผิดพลาดของ AGOA และของ EPAs ก็รู้ซึ้งถึงแก่นว่าจีนจะทำอย่างไรถึงจะครองใจคนแอฟริกันได้ เดิมรัฐบาลจีนประกาศยกหนี้ให้ประเทศในทวีปแอฟริกาหลายครั้งหลายหน แถมยังเข้าไปช่วยเหลือในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมทั้งนำเยาวชนจากทวีปแอฟริกาประเทศต่างๆเข้าไปศึกษาในจีน รวมแล้วจำนวนหลายแสนคน อิทธิพลของจีนจึงค่อยๆแข็งแรงขึ้น14 กุมภาพันธ์ 2026 มีการประชุมสุดยอดสหภาพแอฟริกา ครั้งที่ 39 ที่กรุงแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐเอธิโอเปีย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ไม่ได้เดินทางไปด้วยตนเอง แต่วิดีโอคอลประกาศว่า จีนมีนโยบายยกเว้นภาษีนำเข้า 0% ให้กับ 53 ประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนประเทศที่ไม่ได้รับสิทธินี้คือเอสวาตินี เนื่องจากประเทศนี้ยังมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐจีนหรือไต้หวันส่วนวันที่บังคับใช้นโยบาย Zero–tariff หรือนโยบายภาษี 0% คือ 1 พฤษภาคม 2026 เรื่องนี้สร้างความเฮฮาปาร์ตี้ แฮปปี้มีความสุข ให้กับทั้งรัฐบาลและประชาชนคนแอฟริกันทั้งที่ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกาเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งมังค่าชาติตะวันตกทั้งหลาย แต่พวกแอฟริกันพบแล้วว่าฝรั่งไม่จริงใจเมื่อถูกฝรั่งมังค่าบีบบังคับ คนแอฟริกันก็ต้องยอม เพราะไม่รู้จะบากหน้าไปหาใคร แต่ตอนนี้มีจีนเป็นเพื่อนมิตรแล้วก่อนหน้านี้ จีนให้สิทธิปลอดภาษีเฉพาะกับ LDCs หรือกลุ่มประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด 33 ประเทศ แต่คราวนี้จีนกินรวบขยายสิทธิพิเศษครอบคลุมถึงประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในแอฟริกาด้วยแอฟริกาใต้ อียิปต์ ไนจีเรีย เคนยา ฯลฯ ประเทศแอฟริกาที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เหล่านี้ สินค้าบางตัวเคยเสียภาษีนำเข้าจีนถึงร้อยละ 25 ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2026 สินค้าเกษตรจากแอฟริกา กาแฟเอธิโอเปีย อะโวคาโดจากเคนยา ไวน์จากแอฟริกาใต้ สามารถเข้าไปถึงผู้บริโภคชาวจีนได้ง่ายและมีราคาถูกลงมากสหรัฐฯและยุโรปทำการค้าแบบเอาเปรียบบั้นปลายท้ายที่สุด จีนคาบเอาไปกินทั้งสิ้นทั้งปวง.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม