การเยือนกรุงปักกิ่งของ เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวย่างประวัติศาสตร์ในรอบ 8 ปีที่ช่วยละลายน้ำแข็งในความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้ง 2 ฝ่าย หลังตกต่ำและตึงเครียดเย็นชามายาวนาน การเยือนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรื้อฟื้นสายสัมพันธ์ แต่คือการวางรากฐานความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ “จับต้องได้” ทั้งในมิติเศรษฐกิจและการเมืองรัฐบาลอังกฤษประสบความสำเร็จในการดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากจีนมูลค่าหลายร้อยล้านปอนด์ พร้อมเปิดทางสนับสนุนการส่งออกไปจีนมูลค่ากว่า 2,200 ล้านปอนด์ โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นหัวหอกสำคัญ เช่น AstraZeneca บริษัทเวชภัณฑ์อังกฤษ ประกาศทุ่มงบ 11,000 ล้านปอนด์ ขยายฐานการวิจัยและผลิตยาในจีน ขณะที่ Octopus Energy บริษัทพลังงานรายใหญ่ของอังกฤษ เข้าสู่ตลาดพลังงานหมุนเวียนของจีนเป็นครั้งแรก ผ่านการร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่น เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนในตลาดใหญ่ที่สุดในโลกความสำเร็จที่เป็นไฮไลต์สำคัญคือการที่จีนตกลง “ฟรีวีซ่า” ให้ชาวอังกฤษเดินทางเข้าประเทศได้เป็นเวลาไม่เกิน 30 วัน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นทั้งการท่องเที่ยวและการเจรจาธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ จีนยังลดภาษีนำเข้า “สกอตวิสกี้” ลงครึ่งหนึ่ง คาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจอังกฤษถึง 250 ล้านปอนด์ภายใน 5 ปีนอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่าย ยังตกลง ศึกษาความเป็นไปได้ของการทำข้อตกลงการค้าเสรีภาคบริการ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่อังกฤษมีความแข็งแกร่งและส่งออกไปยังจีนสูงถึง 13,000 ล้านปอนด์ต่อปี รวมถึงยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจด้านมาตรฐานสินค้า พลังงานสะอาด สุขภาพ การศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอังกฤษในตลาดจีน และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้ง 2 ฝ่ายในด้านความมั่นคง อังกฤษและจีนเห็นพ้องจะ ยกระดับการแบ่งปันข่าวกรอง เพื่อทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการลักลอบขนผู้อพยพ และเครือข่ายค้ามนุษย์ รวมถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนสอดคล้องกับนโยบายภายในประเทศของสตาร์เมอร์โดยตรงการเยือนจีนครั้งนี้อาจไม่ใช่ชัยชนะเป็นดีลการค้าหวือหวาระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการปูทางในหลากมิติ ทั้งด้านการค้า ความมั่นคง และการทูต จะเป็นฟันเฟืองหลักขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่าง 2 ฝ่ายให้เดินหน้าต่ออย่างมั่นคง.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม