United Nations (UN) หรือสหประชาชาติเป็นองค์การระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 24 ตุลาคม 1945 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามใหญ่ขึ้นอีก และเป็นตัวกลางในการสร้างความร่วมมือกันระหว่างประเทศทั่วโลก ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ สหประชาชาติได้รับงบประมาณจาก 2 แหล่งใหญ่คือ 1.เงินสมทบตามพันธกรณี และ 2.เงินสมทบโดยสมัครใจเงินสมทบตามพันธกรณีเป็นเงินที่บังคับให้ประเทศสมาชิกทั้ง 193 ประเทศต้องจ่ายตามกฎบัตรสหประชาชาติ เปรียบเสมือนค่าส่วนกลางของสมาชิก แบ่งเป็นงบประมาณปกติและงบประมาณเพื่อสันติภาพ แต่ละประเทศจ่ายไม่เท่ากัน เพราะยูเอ็นใช้หลักความสามารถในการจ่ายโดยคำนวณจากรายได้ประชาชาติและจำนวนประชากรแต่ก่อนง่อนชะไร ผู้จ่ายรายใหญ่คือสหรัฐฯ (จ่ายเพดานสูงสุดที่ร้อยละ 22) จีน ญี่ปุ่น และเยอรมนี ส่วนผู้จ่ายรายย่อยจะเป็นประเทศรายได้น้อย ซึ่งจะจ่ายในอัตราขั้นต่ำเพียงร้อยละ 0.001ผู้อ่านท่านครับ โครงสร้างรายได้ของยูเอ็นที่มาจากภาครัฐ ซึ่งจ่ายผ่านเงินสมทบภาคบังคับและสมัครใจ อยู่ที่ร้อยละ 70 จากองค์กรพหุภาคี (สหภาพยุโรปหรือธนาคารโลก) ร้อยละ 15 และจาก ภาคเอกชน (มูลนิธิ การลงทุน หรือเงินบริจาครายย่อย) ร้อยละ 157 มกราคม 2026 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯลงนามในคำสั่งบริหารถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ รวม 66 แห่ง รวมถึงองค์การในเครือสหประชาชาติ 31 หน่วยงาน และองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ 35 หน่วยงาน ที่รัฐบาลสหรัฐฯมองว่าขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศและไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน31 มกราคม 2026 สหประชาชาติเผยแพร่แถลงการณ์ของนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ซึ่งบอกอย่างตรงไปตรงมาว่ายูเอ็นกำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงินเรื้อรัง เพราะสมาชิกบางแห่งไม่ยอมจ่ายเงินสมทบภาคบังคับให้ครบถ้วน แถมบางประเทศยังจ่ายไม่ตรงเวลาสิ้น ค.ศ.2025 ยูเอ็นมียอดค้างชำระรวมสูงถึง 1.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ สูงมากกว่าปีที่แล้วถึง 2 เท่า ลูกหนี้รายใหญ่ของยูเอ็นคือสหรัฐฯ โดยมียอดหนี้ค้างสะสมและงบผูกพันรวมเกือบ 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งครอบคลุมทั้งงบดำเนินงานปกติและงบสันติภาพหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น เงินสดสำรองอาจจะหมดเกลี้ยงภายในเดือนกรกฎาคม 2026 ถึงตอนนั้นยูเอ็นก็จะไม่สามารถดำเนินโครงการต่างๆตามงบประมาณ ค.ศ.2026 ได้ ทำให้ยูเอ็นต้องระงับการจ้างงานและลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง นายกูเตร์เรสบอกว่า อาจจะต้องมีการยกเครื่องกฎระเบียบทางการเงินใหม่ทั้งหมดหน่วยงานที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดหากยูเอ็นขาดงบประมาณ ก็คือหน่วยงานด้านมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเป็น UNICEF ซึ่งดูแล สวัสดิภาพการศึกษาและสุขภาพของเด็กทั่วโลก WFP หน่วยงานด้านมนุษยธรรมที่ใหญ่ที่สุดที่ต่อสู้กับความหิวโหย UNHCR หน่วยงาน ที่ดูแลและคุ้มครองผู้ลี้ภัยจากสงครามและการถูกละเมิดสิทธิ์ WHO องค์การอนามัยโลก ที่กำหนดมาตรฐานสุขภาพและประสานงานเมื่อเกิดโรคระบาดใหญ่แม้แต่ธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ดูแลเสถียรภาพทางการเงินโลกและช่วยเหลือ ประเทศที่เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ ก็ได้รับผลกระทบกับเขาด้วยผู้อ่านท่านผู้เจริญ ยูเอ็นกำลังถังแตก หากยูเอ็นล้มละลายหรือถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ จะถือเป็นจุดสิ้นสุดของระเบียบโลกยุคหลังสงคราม โลกครั้งที่ 2 ทำให้โลกเข้าสู่ภาวะที่ไร้ตัวกลางในการประสานความร่วมมือระดับมหภาคหากงบประมาณและโครงสร้างเหล่านี้พังทลาย โครงการฉีดวัคซีนจะหยุดลง อาหารที่เคยให้ความช่วยเหลือจะหายไป ค่ายผู้ลี้ภัยจะขาดการดูแล โรคระบาดจะควบคุมได้ยากขึ้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมและโลกร้อนจะยิ่งเลวร้าย ข้อตกลงด้านความร่วมมือด้านสภาพแวดล้อม การลดคาร์บอน และการอนุรักษ์ทรัพยากรจะอ่อนแรง และภัยพิบัติจะรุนแรงขึ้นระบบเศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วนรวนเร เพราะเมื่อไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก และหน่วยงานพัฒนาต่างๆอ่อนแอลง ประเทศกระจิริดกะจ้อยร่อยจะขาดแหล่งเงินทุนและคำปรึกษา ส่งผลให้การค้าโลกชะลอตัวสิ่งที่สมาชิกสหประชาชาติทุกประเทศต้องตระหนักคือ การรักษาและพัฒนายูเอ็นเป็นการรักษามนุษยชาติให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ในระยะยาว ปล่อยให้ล่มสลายไม่ได้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม